ในช่วง 20-30 ปีให้หลัง แม้ว่าประเทศจีนจะค่อยๆ พัฒนาและเติบโตขึ้นทางเศรษฐกิจอย่างช้าๆ แต่ชาวจีนจำนวนไม่น้อยกลับไม่ได้เห็นด้วยซะทีเดียว พวกเขายังคงระลึกอยู่เสมอว่าบ้านเกิดของเขายังไม่ใช่ประเทศที่เสรีอยู่วันยังค่ำ แถมวันดีคืนดีนึกจะสั่งแบนอะไรก็ทำตามอำเภอใจ ซึ่งสิ่งที่ถูกทางการจีนสั่งแบนนั้นมีเยอะขนาดยาวเป็นหางว่าว โซเชียลมีเดียหลายช่องทางถูกแบนไม่ให้ประชาชนได้เข้าถึง แม้แต่ตัวละครหญิงในเกมที่นุ่งบิกินี่ก็โดนหางเลขไปกับเขาด้วย

ล่าสุดเรื่องราวของการแบนก็เป็นดราม่าขึ้นมาจนได้ครับ เมื่อมีข้อบังคับการเผยแพร่เนื้อหาทางโทรทัศน์ฉบับใหม่ประกาศว่า เหล่าเซเลบคนดังที่มีรอยสักตามร่างกาย วัฒนธรรมฮิปฮ็อป รวมถึงวัฒนธรรมแร็ป ไม่ว่าจะเพลงหรือการแต่งกายสไตล์แนวเพลงดังกล่าว และคอนเท้นท์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมอื่นๆ จะถูกห้ามไม่ให้ออกอากาศทางโทรทัศน์และวิทยุโดดเด็ดขาด พร้อมอ้างเหตุผลว่าเนื้อเพลงแร็ปมักมีพูดถึงการใช้ยาเสพติด เซ็กซ์ และถ้อยคำที่เหยียดเพศหญิงปะปนอยู่นั่นเอง

ทั้งนี้ ทางสำนักข่าวแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นได้สันนิษฐานว่า ทางรัฐบาลจีนน่าจะชูประเด็นของความก้าวร้าวและหยาบคายในเนื้อหาเพลงเป็นสาเหตุในการแบน เพราะเชื่อว่าเนื้อหาของเพลงมีแนวโน้มที่อาจจะก่อให้เกิดแนวคิดต่อต้านรัฐบาลขึ้นในภายหลัง โดยการแบนในครั้งนี้มีศิลปินแร็ปหลายคนได้รับผลกระทบอย่างจัง เช่น PG One & GAI ที่มักทำเพลงแร็ปที่มีเนื้อหาอ้างอิงถึงเรื่องเพศ และเคยถูกกล่าวหาว่าโปรโมทการใช้ยาเสพติดผ่านดนตรี อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานลงลึกแต่อย่างใดว่าการแบนนี้จะรวมถึงการห้ามไม่ให้ศิลปินแร็ปหรือฮิปฮ็อปมาทำการแสดงในประเทศจีนด้วยหรือไม่กันแน่

จากมหกรรมการแบนวัฒนธรรมแร็ปรอบดังกล่าว ชาวเน็ตที่ทราบเรื่องราวก็แสดงความเห็นต่างๆ กันมามากมาย ดังต่อไปนี้ครับ

"จีนเขาเข้มงวดเรื่องยาเสพติดมากเลยนะ ถ้าย้อนไปดูประวัติศาสตร์เก่าๆ จะไม่แปลกใจเลย"
"นี่หมายความว่าวงอาราชิ (ของญี่ปุ่น) จะมาแสดงคอนเสิร์ตในจีนไม่ได้อีกแล้วสิ?"
"ต่อไปจีนคงแบนเพลงร็อคกับเพลงเมทัลด้วยแหงๆ"

ดูๆ ไปแล้วการแบนเพลงแร็ปน่าจะไม่ใช่การแบนครั้งสุดท้ายจากแดนมังกรแน่ๆ ครับ ซึ่งอยู่ที่การพิจารณาของเราแล้วละครับว่าการกระทำแบบนี้จะเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการเลือกรับสารหรือสื่อบันเทิงของประชาชนหรือไม่ หากบ้านเราเจอเหตุการณ์เช่นนี้บ้างจะรับมือกับมันอย่างไรดี

เครดิต: Rocketnews24

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์