ทุกวันนี้ในสังคมการทำงานที่ญี่ปุ่นมีความกดดันสูงครับ พนักงานในหลายๆ องค์กรต้องทำงานล่วงเวลา กลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ เป็นประจำ จนส่งผลกระทบเป็นปัญหาสุขภาพ และเรื่องนี้ถูกยกขึ้นมาเป็นวาระระดับชาติในช่วงหลังๆ ซึ่งทางภาครัฐและเอกชนจึงร่วมมือกันหาทางออกให้กับปัญหานี้ ก่อนที่ปัญหาดังกล่าวจะลุกลามจนเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาอีก ด้วยเหตุนี้หลายๆ องค์กรเลยเริ่มออกมาตรการลดจำนวนในการทำงานล่วงเวลาลง เริ่มจากบริษัท NTT ยักษ์ใหญ่ของธุรกิจโทรคมนาคมในญี่ปุ่น ที่พยายามเสนอแนวคิดปล่อยโดรนให้บินตรวจตราภายในอาคารสำนักงาน เพื่อคอยเช็คว่ามีพนักงานคนไหนยังคงทำงานหลังเลิกงานอยู่หรือไม่

ขณะเดียวกัน บริษัท T-Friend ก็ได้ร่วมกับบริษัทผู้ผลิตโดรนอย่าง Blue Innovation และ Taisei ในการสร้างโดรนที่ผู้ใช้สามารถตั้งโปรแกรมเส้นทางให้โดรนบินได้ตามต้องการ รวมถึงเวลาที่ออกบินของโดรนด้วย ซึ่งทุกอย่างเป็นการบังคับแบบไม่ต้องใช้แรงมนุษย์เลย เพราะเซ็ตได้ตั้งแต่เริ่มหมด โดยที่ทาง NTT จะสนับสนุนด้านสัญญาณที่โดรนจะต้องใช้ในการรายงานผลจากกล้องวิดีโอลงสู่อุปกรณ์อื่นๆ เช่น สมาร์ทโฟนของผู้บังคับบัญชาในบริษัท เป็นต้น

ทั้งนี้ ทาง T-Friend มีแผนที่จะเริ่มทดสอบโครงการนี้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2018 (เดือนมีนาคม - พฤษภาคม) และคาดว่าจะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการในช่วงเดือนตุลาคม โดยเป้าหมายของโครงการนี้ก็เพื่อส่งเสริมสุขภาพของพนักงาน ไม่ให้พนักงานทำงานหามรุ่งหามค่ำจนเกินไปนั่นเอง ซึ่งระยะหลังมานี้เรามักจะพบเห็นข่าวที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนในญี่ปุ่นทนแรงกดดันในที่ทำงานไม่ไหว หรือไม่สามารถฝืนร่างกายเพื่อทำงานติดต่อกันเกิน 12 ชั่วโมงได้เป็นเวลานาน บางคนเลยตัดสินใจจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายก็มี ตรงนี้จึงน่าจะเป็นการแก้ปัญหาได้อีกทางหนึ่งครับ

และนี่ก็คือผลดีของการเอาใจใส่สวัสดิภาพของพนักงานในฐานะเพื่อนมนุษย์นั่นเอง อย่าลืมนะครับว่าพนักงานก็คือคน หาใช่เครื่องจักร เขาก็ต้องมีเวลาอยู่กับครอบครัวหรือมีเวลาส่วนตัวกันบ้าง การทำงานล่วงเวลาก็ไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพของงานโดยรวมจะสูงตามนะเออ

เครดิต: Rocketnews24

เครดิตรูปภาพ: The Japan Times

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์