League of Legends: Wild Rift รู้ไว้ใช่ว่า มือใหม่หัดต้องเริ่มยังไง ?

League of Legends: Wild Rift

 แม้ว่าจะเป็นช่วงของการเปิดทดสอบเบต้าเกม League of Legends: Wild Rift  ก็ตาม แต่เท่าที่เห็นระหว่างเล่นตอนนี้ก็มีหลายคนที่น่าจะเป็นผู้เล่นใหม่ไม่ว่าจะทั้งมาจากเกมอื่นๆ หรือทั้งที่ไม่เคยเล่น Moba เลยก็ตามครับ (ถ้าสำหรับชาว LoL PC ผมว่าปรับตัวได้ไม่ยากอยู่แล้ว) ดังนั้นวันนี้ผมก็จะมาแนะนำเบื้องต้นสำหรับคนที่พึ่งเข้าสู่โลก Wild Rift กันว่าเราจะต้องเล่นต้องรู้อะไรบ้างครับ ว่าแล้วก็ไปดูกันเลยจ้า

**ผิดพลาดประการใด ขออภัยล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ครับ**

เข้าใจระบบเกมพื้นฐาน

League of Legends: Wild Rift

 อย่างแรกเลยคือต้องเริ่มทำความเข้าใจระบบของตัวเกม League of Legends: Wild Rift กันก่อนครับ แม้ว่าตัวเกมจะเป็นเวอร์ชั่นมือถือแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีระบบบางอย่างที่แตกต่างจาก Moba ตัวอื่นๆ บ้างอย่างเช่นการที่เราต้องกลับบ้านไปซื้อไอเทมเท่านั้น ทำให้เราต้องตัดสินใจการทิ้งเลนเพื่อกลับไปออกของบ้าน ลาสช็อตมินเนี่ยนเพื่อเก็บเงิน ระบบรูนเพิ่มความสามารถ Spell ติดตัว 2 ชนิด ไอเทมต่างๆ ที่มีให้กดใช้ได้ด้วย เป็นต้น ซึ่งถ้าเรารู้จักระบบเกมทั้งหมดแล้ว ก็จะถือว่าเริ่มต้นได้ดีครับ

รู้จักตำแหน่งที่เล่น

League of Legends: Wild Rift

 ปัญหาอย่างที่ 2 ที่ช่วงนี้เจอแทบทุกเกมเลยก็คือเรื่องแชมป์เปี้ยนกับตำแหน่งครับ ยิ่งถ้าใครมาจาก RoV น่าจะต้องทำความเข้าใจใหม่ในบางตำแหน่งอยู่เหมือนกันนะ ซึ่งแต่ละตำแหน่งใน League of Legends: Wild Rift จะมีหน้าที่เบื้องต้นดังนี้

Baron Lane (Top Lane): ไปเลนที่บารอนเกิด ถ้าแมพไม่หมุนก็เลนบน ถ้าแมพหมุนก็เลนล่าง ส่วนใหญ่จะเป็นตัวที่อยู่คนเดียวได้ เอาตัวรอดได้ดี เพราะเลนนี้จะไปแค่คนเดียวในช่วงต้นเกมครับ บางเกมก็จะอยู่แบบเหงาๆ ไปจนถึงกลางเกือบท้ายเกมเลยก็มีบ้าง

Mid Lane: เลนกลาง เลนที่มีระยะสั้นที่สุด เป็นทั้งจุดสนใจในการโดนแก๊งค์ง่ายที่สุดเพราะเข้าได้สองฝั่ง และเป็นจุดที่สามารถไปเสริมเพื่อนที่เลนอื่นได้ง่ายที่สุดอีกด้วย เลนนี้ค่อนข้างต้องดูภาพรวมสูงกว่าเลนอื่น ส่วนใหญ่จะเอาตัวที่สกิลจัดๆ มาเลนนี้เพื่อเก็บเลเวลไวๆ จะได้มีสกิลที่รุนแรงใช้งานและโยกไปช่วยเพื่อนในเลนข้างๆ ได้อีกด้วยครับ

Dragon Lane (ฺBot Lane): ไปเลนที่มังกรเกิด ถ้าแมพไม่หมุนก็เลนล่าง ถ้าแมพหมุนก็เลนบน แชมป์เปี้ยนที่มาเลนนี้จะเป็น Carry ของทีมครับ ส่วนใหญ่จะเป็นตัวที่โจมตีธรรมดาได้ต่อเนื่องและรุนแรงเมื่อออกไอเทมระดับหนึ่ง เน้นการลาสช็อตมินเนี่ยนเก็บเงินเพื่อออกของไวๆ จะได้โหดช่วงกลางเกมถึงท้ายเกม หากมีโอกาสก็เก็บฝั่งตรงข้ามได้บ้างก็ดี แต่เน้นรักษาชีวิตตัวเองไม่ให้ตายบ่อยดีที่สุดครับ ที่สำคัญก็คือเรื่องตำแหน่งการยืนเวลาทีมไฟท์ที่ต้องหาที่ที่ปลอดภัยที่สุด และโจมตีได้ต่อเนื่องมากที่สุดนั่นเอง

Support: ไปเลนเดียวกับแครี่เลยครับ มีหน้าที่เลี้ยงดูปูเสื่อให้ Carry ของเราเกิดให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการโซนศัตรูให้เพื่อนเราลาสช็อตมินเนี่ยนง่ายขึ้น การบัฟระหว่างการต่อสู้ หรือแม้กระทั่งการเปิดจังหวะทำเกมให้ Carry ของเราสามารถสังหารศัตรูได้ ช่วงแรกนี่ตัวแทบจะติดกับ Carry จนกว่าจะได้ป้อม ดังนั้น Support จะไม่ใช่ตัวที่ฮีลได้หรือมีบัฟอะไรให้เพื่อนเสมอไปครับ อาจจะเป็นตัวสร้างจังหวะและกดดันทีมฝ่ายตรงข้ามเพื่อให้ทีมเราเล่นง่ายก็ได้ แล้วก็ไปออกของซัพพอร์ทเอา

Jungle: ตำแหน่งนี้มีไว้เข้าป่าตั้งแต่เลเวล 1 ฟาร์มในป่าคนเดียว เพื่อให้เลเวลเฉลี่ยของทีมไม่ช้าจนเกินไป และมีหน้าที่หลักคือการเดินโรมมิ่งออกไปทำจังหวะแก๊งค์ในเลนต่างๆ ครับ มักจะเป็นตัวที่มีความสามารถในการฟาร์มคนเดียวและมีสกิลเปิดทำจังหวะได้ดี ส่วนตัวผมรู้สึกว่าตำแหน่งนี้ช่วงต้นเกมมีความสำคัญมากๆ ในการตัดกำลังฝ่ายตรงข้ามทั้งการสังหารบ้าง กดดันให้เล่นยากบ้าง ทำให้เพื่อนเราเล่นง่ายบ้าง เป็นต้น จะไม่ใช่สไตล์ที่ว่าฟาร์มอยู่ในป่าจนกว่าจะเก่งแล้วค่อยออกมาครับ

ศึกษาและเข้าใจแชมป์เปี้ยนทั้งหมด

League of Legends: Wild Rift

 อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กับตำแหน่งที่เล่นก็คือเรื่องของความสามารถของแชมป์เปี้ยนนั่นแหละครับ ในตอนนี้ League of Legends: Wild Rift มีด้วยกันทั้งหมด 42 ตัว ถ้าเป็นผู้เล่นใหม่แน่นอนว่าคงจำได้ไม่หมดหรอก แต่ก็พยายามจำความสามารถของตัวนั้นๆ ไปเรื่อยๆ ครับ ไม่ต้องจำละเอียดก็ได้จำเบื้องต้นแค่ว่าตัวนี้ยิงแรง สกิลแรง มีหยุด มีสตั๊น บลาๆ เป็นต้น อย่างน้อยก็รู้จักตัวที่เราเล่นให้ครบทุกสกิลก่อนครับเพื่อที่จะได้รู้จังหวะการใช้สกิล จังหวะการเข้า-ออกไฟท์ต่างๆ และรู้ว่าตัวนี้ต้องไปเลนไหน อ้อ! แชมป์เปี้ยนเกมนี้มีหลายตัวมากที่สามารถทำหน้าที่ได้หลายอย่างและไปได้หลายเลนนะครับ ทำให้เราอาจจะเห็นบางตัวที่คิดว่า เอ้ย! ตัวนี้ต้องไปเลนนี้สิ มาเลนนี้ทำไม อย่างเช่น Lux ยิงแรง สกิลรัว แต่ก็สามารถเอาไปเป็น Support ได้เพราะสกิลสามารถสโลว์หรือล็อคขาศัตรูได้ แถมมีท่าเพิ่มเกราะป้องกันให้ทีมอีก เป็นต้นครับ แต่บางตัวการไปบางเลนก็เป็นเรื่องที่ไม่คุ้มค่าที่จะทำอย่างเช่นการเอา Ashe เล่นเป็น Jungle อะไรแบบนี้ครับ

Objective สำคัญมาก

   League of Legends: Wild Rift

 ใน League of Legends: Wild Rift ก็จะมี Objective ให้ทำเหมือนกันครับ เบื้องต้นก็จะมีป่าที่มีบัฟแดง/ฟ้าให้เก็บเพื่อเพิ่มความสามารถ (ไม่แน่ใจว่าเหมือนใน pc มั้ยที่ฟ้าเป็นรีมานากับลดคูลดาวน์ แดงเป็นตีสโลว์ติดเบิร์น) หรือปูกลางน้ำ Rift Scuttler ที่เอาไว้วอร์ดฟรีกลางน้ำ แต่ไฮไลท์หลักๆ ที่ต้องช่วยกันทำก็คือพวกที่เกิดกลางแม่น้ำนั่นแหละครับ หลักๆ จะมี 3 ตัวดังนี้

Rift Herald - เกิดที่จุดบารอน เมื่อกำจัดสำเร็จ คนที่กำจัดก็จะสามารถเรียก Rift Herald มาเพื่อช่วยดันเลนใดเลนหนึ่งได้ ซึ่งเจ้าตัว Rift Herald เองนั้นจะชาร์จเข้าป้อมและทำความเสียหายสูงมากให้ป้อมครับ เอาไว้ใช้แยกดันก็ได้ หรือช่วยดันก็ดี

Elemental Drakes - เกิดกลางแม่น้ำอีกฝั่งหนึ่ง โดยจะสลับมังกรธาตุทั้ง 4 มาเกิดกันเรื่อยๆ เมื่อสังหารมังกรก็จะได้รับบัฟธาตุนั้นๆ ทั้งทีมครับ อย่างเช่น ไฟโจมตีแรงขึ้น น้ำรีเจนHP/MPไวขึ้น ดินได้เกราะเพิ่มขึ้น ลมเคลื่อนที่ไวขึ้น และเมื่อเข้าช่วงท้ายเกมมังกรก็จะเกิดมาเป็น Elder Dragon แทนครับ ก็จะได้บัฟที่เพิ่มขึ้นมากกว่ามังกรธาตุปกตินั่นเองครับ

Baron Nashor - หลังจาก Rift Herald ถูงสังหารไปและเข้าสู่ช่วงกลางค่อนไปท้ายเกม Baron Nashor ก็จะเกิดที่เดียวกันครับ ทีมที่สังหารก็จะได้รับบัฟที่เพิ่มความเสียหายและการฟื้นฟูให้กับทีม ลดเวลาการกลับฐาน และหากไปยืนใกล้ๆ มินเนี่ยนก็จะเป็นการเพิ่มพลังมินเนี่ยนด้วยครับ หลายครั้งที่การได้ Baron Nashor 1 ตัวสามารถช่วยให้พลิกเกมได้ง่ายขึ้นมากๆ เลยทีเดียว

League of Legends: Wild Rift

 สุดท้ายก็เหลือการเล่นแบบทีมเวิร์ค ไม่เล่นโซโล่จัดๆ เท่านี้ก็จะสามารถสนุกกับ League of Legends: Wild Rift กันได้แล้วหล่ะครับ จะเหลือก็แค่ชั่วโมงบินในการเล่นแชมป์เปี้ยนตัวนั้นๆ กับจังหวะของเกมเท่านั้นเอง ส่วนใครที่ยังไม่ได้เล่น ก็อดใจรอกันอีกนิดครับ แต่เห็นว่าก็ยังมีการส่งสิทธิ์เพิ่มเติมอยู่บ้างนะครับ (บางคนพึ่งได้) ส่วนคนที่ได้ก็เจอกันใน Wild Rift จ้า

League of Legends: Wild Rift: https://www.facebook.com/wildriftTH/

เกมแนะนำ

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์