เรื่องมีอยู่ว่าที่ประเทศญี่ปุ่นมีคุณแม่ท่านหนึ่งกำลังเจอปัญหาลูกติดเกมมาก จนไม่ยอมไปโรงเรียนและลาออกในเวลาต่อมา

คุณ Y (นามสมมติ)เล่าว่าเธอได้ซื้อสมาร์ทโฟนให้กับลูกช่วงที่ยังเรียนอยู่มัธยมต้นเพื่อเอาไว้ใช้ติดต่อกัน แล้วลูกของเธอก็เริ่มชอบเล่นเกมมาตั้งแต่นั้น ตอนที่เรียน ม.ต้น ลูกก็ไปโรงเรียนทุกวันและทำการบ้านตลอด แต่หลังจากที่ลูกนำเงินอั่งเปาไปซื้อTablet ลูกของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นนอนตอนกลางวัน ตื่นตอนกลางคืน และตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาลูกก็ไม่ยอมไปโรงเรียนอีกเลย 

พอถึงช่วงเดือนมีนาคมที่เป็นช่วงของการสอบปลายภาค ลูกก็บอกว่า “เรียนไม่ไหว ขอลาออกเลยก็แล้วกัน” ซึ่งลูกของเธอก็ไม่ไปสอบและลาออกจริงๆ

คุณ Y เล่าต่อว่าเดี๋ยวนี้ลูกของเธอนอนในช่วงเช้าตื่นตอนเย็น และเริ่มเล่นเกมแนวแบทเทิลรอยัลกับเพื่อนๆที่รู้จักกันในเกมช่วง 1 ทุ่ม ตอนนี้สุขภาพก็แย่ลง ร่างกายเริ่มผอมและมีสีหน้าซีด คุณ Y ก็พยายามเตือนหลายครั้งว่า “อย่าเล่นตอนกลางคืนดึกๆ”  “อนาคตจะเอาอะไรกิน” เพื่อให้เขาลดเวลาเล่นเกมลง พอถามว่า

“แบบนี้มันคืออาการติดเกมรึเปล่า?”

ลูกก็ตอบว่า “อยากจะคิดแบบนั้นก็คิดไป”

ซึ่งคุณ Y เคยคิดที่จะยึดมือถือ แต่ถ้าเอาสิ่งเดียวที่ลูกชอบไป ก็กลัวว่าลูกจะหมดอาลัยตายอยากแล้วอาละวาด และเพราะเธอเป็น single mother กลัวลูกจะยิ่งห่างเหินไปอีก จนสุดท้ายก็ไม่กล้าที่จะทำ

คุณ Y ได้ทิ้งท้ายไว้ว่ารู้สึกเสียใจมากที่ซื้อมือถือให้ลูก ถ้าตอนนั้นกำชับและตั้งกฎการใช้และคุยกับลูกตั้งแต่แรกตอนที่เริ่มมีอาการก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ 

ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และต้องแยกให้ดีระหว่างการเป็นเกมเมอร์กับการติดเกม เพราะปัญหาเด็กติดเกมนั้นมีอยู่จริง

ผู้ปกครองแต่ละท่านจึงต้องคอยดูแลบุตรหลานของตัวเองให้ดี มีปัญหาก็พูดคุยกัน และมีผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นได้บอกว่าถ้าพบลูกมีปัญหาติดเกม พยายามอย่าใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา แต่ต้องหาวิธีให้ตัวเด็กรู้ว่านี่คือปัญหา และพยายามปรึกษากับหมอด้านจิตแพทย์

ที่มา https://headlines.yahoo.co.jp/hl?a=20190512-00010000-nishinpc-sci&p=1 
เรียบเรียงข่าวโดย Arms

 

เกมแนะนำ

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์