ช่วงเวลาราวๆ 2 ปีที่ผ่านมาต้องบอกว่าตลาดของวงการไอดอลได้ถูกเปิดขึ้นอย่างเป็นทางการจากการเข้ามามีบทบาทของ BNK48 ในแวดวงเพลงและบันเทิงบ้านเรานะครับ อย่างไรก็ดีในช่วงเวลาที่ผ่านมาเราอาจยังไม่สามารถบอกได้ว่าตลาดไอดอล "เติบโต" ได้อย่างเห็นภาพมากนัก แม้จะมีวงต่างๆ เกิดขึ้นใหม่พอสมควร แต่หากว่ากันตามตรงพื้นที่สื่อและตัวเลขเงินที่หมุนเวียนอยู่ในวงการนั้นส่วนใหญ่มักจะเป็นของ BNK48 เสียทั้งสิ้น ซึ่งเราก็ต้องยอมรับว่าพวกเขาเติบโตยิ่งกว่าวงอื่นแบบห่างไกลจริงจัง

ห่างไกลในชนิดที่เราอาจมองได้ว่า "ไร้คู่แข่ง"

ขณะนี้มีคนลงทะเบียนแล้ว
466,435

จากประสบการณ์ของตัวเองในการลองไปงานกิจกรรมของไอดอลวงอื่นนอกจาก BNK48 ดูบ้าง แทบทุกครั้งที่เวลาคนทั่วๆ ไปเดินผ่านมาเจอก็มักจะหันไปพูดคุยกับเพื่อนตัวเองประมาณว่า "BNK มาเหรอ?" สะท้อนให้เห็นบางอย่างกลายๆ ว่า "ไอดอล = BNK48" ซึ่งอันตรายมากๆ ทั้งกับวงการหรือแม้แต่ตัว BNK48 เอง ที่ ณ เวลานี้แบรนดิ้งของพวกเขาตัวใหญ่และเห็นได้ชัดจนบังคำว่า "ตลาดไอดอล" มิดไปแล้ว

ในแง่ธุรกิจเพียงเดือนแรกของปีพวกเขาก็มีเม็ดเงินสะพัดในบัญชีนับร้อยล้านจากกิจกรรม "เลือกตั้งเซนบัตสึ" สะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองที่ยังคงดำเนินต่อไปเมื่อวงกำลังจะย่างก้าวเข้าสู่ปีที่ 3

ทว่าขณะเดียวกันก็เริ่มส่งสัญญาณบางอย่างที่ทาง BNK48 อาจต้องหาทางจัดการหรือปรับกลยุทธ์โดยเร่งด่วน

สิ่งที่รู้สึกได้ชัดเจนคือแฟนๆ ของ BNK48 ชั่วโมงนี้ค่อนข้างจะแห้งกรอบกันพอสมควรเพราะถูก Drain กำลังทรัพย์ไปค่อนข้างมากจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา หรือใครหลายๆ คนที่อินจัดๆ หน่อยและพยายามจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้คนที่โอชิได้รับคะแนนโหวตก็จะยิ่งเหนื่อยเป็นเท่าทวี เพราะไม่ใช่แค่กำลังเงินแล้ว กำลังกายก็ออกอาการล้าไม่ต่างกัน ซึ่งเมื่อคุณเริ่มเหนื่อยกับอะไรบางอย่างแล้ว คุณก็จะเริ่มหาสิ่งใหม่ๆ มารีเฟรชตัวเองให้กลับมากะปรี้กะเปร่ากับการตามไอดอลอีกครั้ง

อันที่จริงผมก็รู้สึกว่าทางออฟฟิศเชียลของ BNK48 ปรับกลยุทธ์ตัวเองมาตั้งแต่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีเพื่อรับการเลือกตั้งไว้เรียบร้อย สังเกตจากการออกสินค้าใหม่ที่แม้จะยังมีอยู่ แต่ก็ไม่ได้ถี่แบบจังหวะนรกเหมือนช่วงกลางๆ ปีที่บ่นกันระงม ทำให้แฟนๆ ทุ่มกำลังทรัพย์ไปกับการเลือกตั้ง (และเอ่อ... คอนเสิร์ต) ได้แบบไม่ห่วงหน้าพะวงหลัง

ถึงอย่างนั้นอาการเหนื่อยล้าต้องการรีเฟรชที่สะสมมานานก็ยังคงอยู่อยู่ดี

และการมาถึงของงาน Idol Expo ที่รวมเอาวงไอดอลใต้ฟ้าเมืองไทยแทบทุกวงมาอยู่บนพื้นที่เดียวกัน ก็ทำให้เราได้เห็นภาพดังกล่าวนั้นชัดเจนมากขึ้น

โดยตัวงาน Idol Expo นั้นมีขึ้นในวันที่ 7-10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่วนตัวผมเองนั้นไปทุกวันยกเว้นวันสุดท้าย อาจจะน่าเสียดายนิดๆ แต่ตลอด 3 วันที่ได้เดินงานและถ่ายรูปในฐานะ Press และลูกค้าคนหนึ่ง ผมสามารถสัมผัสอารมณ์และมวลบรรยากาศงานที่แตกต่างจากที่เคยไปมาได้อย่างชัดเจน

อาจเพราะไม่เคยเห็นงานที่เอาวงไอดอลมาจัดเป็นรูปแบบ Expo บูธชนบูธแถมยังมีเมมแต่ละวงเดินไปเดินมาพลางขายของกันให้ทั่วงานแบบนี้ เลยรู้สึกแปลกใหม่อย่างมาก ยอมรับว่ารู้สึกดีกับบรรยากาศของงานที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน โดยในส่วนของวงไอดอลแต่ละวง ก็จะมีตารางการขึ้นแสดงรวมถึงตารางเฝ้าบูธทำกิจกรรมในช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไป อันนี้ก็ต้องตามข่าวกันดีๆ

ยอมรับว่าส่วนตัวเครซี่กับวง Fever เป็นพิเศษในช่วงนี้ เรียกว่าเป็นไข้กันยาวๆ ทำให้พอเดินถ่ายงานเสร็จก็มักจะวกกลับมาดูที่บูธว่ากำลังมีกิจกรรมอะไรบ้าง ซึ่งผมค่อนข้างชอบการเอาเมมเบอร์ 4-5 คนมายืนขายของมากๆ มีประโยชน์ทั้งในแง่การเรียนรู้, ธุรกิจ และแบรนดิ้ง ขยายความให้เข้าใจได้ง่ายๆ คือน้องๆ ได้ฝึกการสื่อสาร ขณะที่คนเข้ามาซื้อก็โดนรุมรูดทรัพย์กันไป แต่ด้วยความที่ระหว่างซื้อของสามารถพูดคุยและถ่ายรูปหรือถ่ายคลิปได้ ก็ทำให้เกิดเป็นภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่ายขึ้นมาครับ

ในส่วนของผู้เข้าชมงานเอาเข้าจริงผมก็คุ้นๆ หน้าหลายคนเหลือเกิน ซึ่งก็ไม่แปลกครับ เพราะด้วยขนาดวงการมันยังไม่ใหญ่นัก และต้องยอมรับว่ารูปแบบการตลาดมันค่อนข้างซับซ้อน ผู้คนหน้าใหม่ต้องมีการศึกษาในระดับหนึ่งกว่าจะอินและตัดสินใจก้าวเข้ามา การเพิ่มฐานแฟนๆ จึงเพิ่มขึ้นได้ยากสักเล็กน้อย ดังนั้นแล้ววิธีที่วงไอดอลเกิดใหม่ต้องใช้คือการดึงฐานแฟนๆ เดิมอันมากมายของ BNK48 ให้มาสนใจวงของตนในแบบละมุนละม่อมเอากลยุทธเข้าว่าครับ เพราะแฟนๆ ของ BNK48 ส่วนใหญ่ยังคงมีความเป็น Brand Loyalty อยู่สูง การไปดึงตัวพวกเขามาแบบกระโชกโฮกฮากอาจก่อเกิดผลทางลบกับวงได้

ช่วงวันแรกอาจจะคนยังไม่เยอะนัก แต่ผมซึ่งแทบจะประจำบูธ Fever อยู่แล้วก็สังเกตว่าตัวงานมีคนเพิ่มขึ้นตามลำดับ ช่วงวันเสาร์ต้องบอกว่าค่อนข้างแน่นเลยทีเดียวครับ คนเยอะกว่าที่คิดมากๆ และคนที่ผมคุ้นๆ หน้าก็เพิ่มมาเป็นเงาตามตัว บางคนที่บอกว่าจะแกรดกับวงการแล้ว พอมาเดินงานนี้แปบเดียวก็แลดูราวกับจะกลับมามีไฟกันอีกครั้ง

เหตุการณ์เหล่านี้บอกอะไร? ส่วนตัวผมคิดว่ามันอาจจะยังไม่ถึงขนาดเป็นเทิร์นนิ่งพ็อยต์ แต่มันคือหมุดหมายสำคัญของวงการที่เริ่มรวมตัวกันเป็นปึกแผ่น และแข็งแกร่งในการเดินหน้ามากขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณที่เตือนให้ทาง BNK48 อาจจะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในเร็ววันเพื่อรักษาฐานแฟนๆ ไว้ คือมันอาจจะยังใม่ถึงขั้นวิกฤตในเร็ววันนี้ แต่ก็คงดีถ้าหากฝั่งผู้นำจะเห็นปัญหา และผู้ตามจะตักตวงประโยชน์จากจุดอ่อนนั้นไว้ เพื่อดันตัวเองให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

ไม่ว่าจะอย่างไร Idol Expo ถือเป็นงานดีๆ ที่สร้างภาพให้เราได้เห็นว่าแท้จริงแล้ววงการไอดอลมีหน้าตาอย่างไร และกำลังไปทิศทางไหน ตัวผมเองแม้ตอนนี้จะเครซี่ Fever มากๆ แต่ก็ยอมรับว่ายังคงตาม BNK48 เป็นหลัก ถึงอย่างนั้นก็ขอยินดีกับสิ่งที่เกิดขึ้นในงาน Idol Expo กับความร่วมมือกันของวงไอดอลหลายๆ วงที่พร้อมจะรันวงการไปพร้อมๆ กัน

ซึ่งก็เพราะมีการแข่งขัน มันจึงมีพัฒนาการตามมา โลกเราเป็นอย่างไหน วงการไอดอลก็เช่นกัน

อาจถึงเวลาแล้วที่ BNK48 จำต้องมีคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อเสียที

เกมแนะนำ

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์