ปัญหาเรื่องสินสอดทองหมั้นนั้นเป็นประเด็นดราม่าที่พบเห็นได้มากกับวัฒนธรรมในทวีปเอเชียมาช้านานแล้ว เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆ กับการที่ครอบครัวฝ่ายหญิงเรียกร้องค่าสินสอดแพงเว่อร์ ทำเอาฝ่ายชายแทบจนปัญญาว่าจะไปหาเงินทองจำนวนมากขนาดนั้นมาได้อย่างไร ถึงตรงนี้หากฝ่ายชายคนไหนถอดใจ วิวาห์ก็เป็นอันล่ม แต่หากใครที่ยังแน่วแน่กับความรักที่มีต่อฝ่ายหญิง ทว่าฐานะไม่อำนวยนัก ก็อาจต้องไปกู้หนี้ยืมสินกว่าจะได้แต่งงานสมปรารถนา ซึ่งปัญหาดังกล่าวกำลังกลายเป็นวาระระดับชาติของประเทศจีนอยู่ครับ

ณ ปัจจุบัน การเรียกสินสอดของพ่อแม่ฝ่ายหญิงต่อฝ่ายชายเป็นปัญหาเรื้อรังที่มีแนวโน้มจะลุกลามใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการพบว่านอกจากสินสอดที่เป็นเงินสดหรือทองคำแล้ว ครอบครัวฝ่ายหญิงหลายๆ ครัวเรือนยังมีการเรียกร้องให้ฝ่ายชายจัดงานแต่งใหญ่โต ที่สิ้นเปลืองงบจนบานปลาย บ้างก็เรียกร้องสินสอดในรูปแบบของสินทรัพย์อื่นๆ อาทิ บ้าน รถยนต์ หรือที่ดิน เป็นต้น เหตุนี้ทางรัฐบาลจีนเลยต้องเข้ามามีบทบาทด้วยการออกมาตรการควบคุมปริมาณเงินสินสอด เพื่อไม่ให้เข้าข่ายการค้ามนุษย์ หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า "ขายลูกกิน" นั่นเอง

ซึ่งมาตรการที่เริ่มใช้ไปบ้างแล้วก็เช่นในเขตมณฑลเหอหนาน ที่ออกข้อบังคับว่างานแต่งงานที่จะจัดในเขตพื้นที่จะมีแขกเหรื่อได้ไม่เกิน 10 โต๊ะ หรือ 200 คน ตลอดจนของขวัญแต่งงานจะต้องมีมูลค่าไม่เกิน 60,000 หยวน (ประมาณ 285,000 บาท) และจะต้องไม่มีการให้บ้านหรือรถยนต์เป็นส่วนหนึ่งของบรรดาของขวัญแต่งงาน รวมถึงทุกครอบครัวในพื้นที่จะไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นหนี้เพื่อมาแต่งงานด้วย สำหรับวัตถุประสงค์ของการออกมาตรการโดยรัฐบาลจีนในครั้งนี้ ก็สืบเนื่องมาจากการที่รัฐบาลจีนอยากให้ทุกครัวเรือนตระหนักถึงความสำคัญของงานแต่งงานว่าเป็นเรื่องตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันของคนสองคน เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายและแนวคิดของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง และป้องกันไม่ให้กระบวนการเรียกสินสอดกลายเป็นส่วนหนึ่งของลัทธิบูชาเงินตรานั่นเอง

อย่างไรก็ตาม หากว่ากันตามตรง เรื่องสินสอดนี่ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละบ้านนะครับ บางครอบครัวก็อยากได้สินสอดเป็นหลักประกันทางการเงินว่าฝ่ายชายสามารถดูแลลูกสาวได้จริง ไม่พาลูกสาวของเขาไปกัดก้อนเกลือกิน ซึ่งฟังดูก็มีเหตุผลระดับนึง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็ไม่มีอะไรมาการันตีได้ครับว่าการที่ฝ่ายชายสามารถหาสินสอดมาได้ และได้แต่งงานกัน จะทำให้ความรักคงอยู่ไปตลอดรอดฝั่ง เพราะหลายๆ ครอบครัวจัดงานแต่งซะโอ่อ่า แต่สุดท้ายก็เลิกรากันก็ถมไป อีกทั้งมีตัวอย่างให้เห็นจากครอบครัวในฝั่งตะวันตกหลายๆ เคสด้วยว่า แม้พวกเขาจะแต่งกันแบบไม่มีสินสอด พวกเขาก็ยังครองรักกันจนแก่เฒ่าได้ก็มีอยู่เยอะแยะ ยังไงเสีย การแต่งงานก็ควรเป็นเรื่องของคนสองคนครับ หากมีคนที่สาม สี่ ห้า มาช่วยคิด ชีวิตรักมักจะอีรุงตุงนังเอาได้

เครดิต: The Guardian

เครดิตภาพ: NPR / Babadjawa

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์