ย้อนกลับไปสมัยก่อนในยุคที่การ์ดเกมเฟื่องฟูสู่ตลาดในโรงเรียน ที่มีผู้ปกครองและครูบาอาจารย์มองเห็นว่า "การ์ดเกมคือ ไพ่ และเป็นการพนันชนิดหนึ่ง" หากพบเจอจะถูกยึดในทันทีโดยไม่ต้องมีสาเหตุ (ครูใจดีหน่อยก็จะปล่อยๆ ไป) ตัดภาพกลับมาปัจจุบันอีกทีหนึ่งก็พบว่าการ์ดเกมบางชนิดในประเทศไทยได้ถูกยอมรับภายในโรงเรียนแล้วไปจนถึงขั้นการจัดตั้งชมรมการ์ดเกมขึ้นมาก็มี ยกตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายๆ เลยก็คือ Cardfight!! Vanguard ที่มีการแข่งขันทีมตัวแทนโรงเรียน หรือมีกิจกรรมต่างๆ ภายในโรงเรียนได้เลยด้วยซ้ำ ทีนี้เมื่อบ้านหลังที่ 2 ไม่ได้แบนการ์ดเกมแล้ว แต่ตัวผู้ปกครองบางคนที่ยังไม่เข้าใจอยู่ว่า ทำไมต้องเสียเงินซื้อกระดาษใบนึงเป็นร้อย เป็นพันบาทกันด้วย ? ก็เลยอยากมาอธิบายเพิ่มความเข้าใจคุณพ่อคุณแม่กันสักเล็กน้อยเกี่ยวกับงานอดิเรกประเภทนี้ครับ

ฝึกและพัฒนาทักษะด้านต่างๆ

 สิ่งแรกที่รับไปแบบไม่รู้ตัว (หรือบางคนก็รู้ตัว) คือการได้ฝึกฝนและพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านความคิด ความอ่าน ที่ต้องใช้ในการจัดเด็ค หรือวางแผนการเล่น ทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ที่ต้องใช้ทุกครั้งในการแก้เกมเพื่อให้ชนะคู่ต่อสู้ เป็นต้น ผมเองก็เป็นคนนึงที่ได้ทักษะการคิดเลขไว เพราะเล่นการ์ดเกมมาแต่เด็กๆ (ได้ภาษาญี่ปุ่นมานิดหน่อยด้วย) ซึ่งก็ถือว่าเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ไม่น้อยเลยครับ

กระดาษสี่เหลี่ยมที่มีมูลค่าของมัน

 ผู้ปกครองหลายคนมักจะบ่นเรื่องของค่าใช้จ่ายสำหรับงานอดิเรกของบุตรหลานในการเล่นการ์ดเกมครับ จริงอยู่ที่การ์ดบางใบมีมูลค่าสูงมาก (กระดาษใบเดียวมูลค่าหลักร้อย) อันเนื่องมาจากความต้องการในตลาดสูง ทำให้การ์ดใบนั้นหายากจึงเป็นเหตุให้ราคาปรับสูงขึ้น แต่การ์ดเกมนั้นจะมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนระหว่างผู้เล่นอยู่เสมอ การ์ดที่เราซื้อมาใช้ก็สามารถเปลี่ยนเป็นเงินกลับคืนมาได้ เสมือนว่าเราเช่าการ์ดมาใช้นั่นแหละครับ เล่นเบื่อก็ขายหาซื้อของใหม่ได้เรื่อยๆ ตรงจุดนี้หากเรารักษาการ์ดให้มีสภาพเหมือนใหม่อยู่ตลอดแม้จะผ่านการเล่นมาแล้วก็ตาม การ์ดที่ซื้อมาแพงก็ยังสามารถขายได้ราคาแพงเช่นเดียวกัน (หรือบางครั้งอาจขายได้แพงกว่าราคาที่เคยซื้อมาด้วยซ้ำไป)

ลดอัตราการเสี่ยงเข้าสู่อบายมุข

 แม้ว่าจะปฏิเสธไม่ได้เต็ม 100% ว่าคนเล่นการ์ดเกมจะไม่ได้ไปมั่วสุมอบายมุขกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะรวมตัวนัดเจอกันเพื่อเล่นการ์ดเกมประเภทเดียวกัน และแลกเปลี่ยนความรู้กันเสียมากกว่าครับ เหมือนเป็นคนที่ชื่นชอบอะไรอย่างเดียวกันมารวมตัวกันนั่นแหละ ซึ่งบางคนก็เริ่มจากจุดนี้แล้วก้าวเข้าสู่การเป็นโปรเต็มตัวเลยก็มี ถ้าเป็นน้องๆ เด็กเล็ก ผู้ปกครองก็ยังสามารถดูแลให้อยู่ในสายตาได้ง่ายด้วย (แค่อาจจะเบื่อนิดหน่อย ถ้าจะรอบุตรหลานนั่งเล่นทั้งวัน แต่ส่วนใหญ่ที่พบเห็นก็จะพาลูกมาเล่น แล้วเดี๋ยวก็มารับกลับอะไรทำนองนี้)

 ก็เคยมีคนถามผมเหมือนกันนะครับว่า เอาเวลาเล่นการ์ด ไปออกกำลังกายดีกว่ารึเปล่า ? คำตอบนี้ถ้าให้ผมบอก คงตอบได้ว่า ดีไม่ดีขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของบุคคลนั้นๆ หล่ะครับ มันก็จะวกกลับไปเรื่องประโยชน์ที่ได้รับจากการทำกิจกรรมนั้นๆ ซึ่งการเล่นการ์ดเกมก็ได้ประโยชน์เช่นกัน อยู่ที่ว่าคนนั้นจะสานต่อหรือเรียนรู้จากประโยชน์ของสิ่งนั้นหรือไม่ครับ ก็อยากให้ผู้ปกครองลองเปิดใจกับการ์ดเกมดูครับ มันอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คิดก็ได้นะ ^^
 

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์