Close

Spore:Chapter 5-3การสร้างกองยานอวกาศ

การสร้างกองยานอวกาศ

เมื่อคุณได้เป็นพันธมิตรกับจักรวรรดิใดแล้ว คุณสามารถไปเยือนอาณานิคมของพวกเขาเพื่อทำการติดต่อและขอยานอวกาศจากพวกเขาเพื่อร่วมเดินทางไปกับยานของคุณได้ (คุณต้องมีความก้าวหน้าพอที่จะเริ่มมีกองยานได้ ไอคอนกองยานอวกาศจะอยู่ที่ด้านขวาของหน้าจอเหมือนไอคอนสมาชิกฝูงในช่วงวิวัฒนาการ) การมียานอวกาศของพันธมิตรเพิ่มขึ้นมาช่วยสนับสนุนยานของคุณนั้นจะสร้างความแตกต่างอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรู

การต่อสู้

การต่อสู้โจมตีนั้นเป็นวิธีที่ตรงข้ามกับการเจรจาทางการทูต การต่อสู้นั้นจะเป็นการเผชิญหน้ากันของยาวอวกาศสองลำหรือมากกว่านั้น หรือเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างยานอวกาศกับเมืองอาณานิคม ซึ่งเป็นการผสมผสานรูปแบบการต่อสู้ในช่วงวิวัฒนาการและช่วงอารยธรรมเข้าด้วยกัน มันคล้ายคลึงกับการต่อสู้ด้วยพาหนะทางอากาศในช่วงอารยธรรมแต่คุณต้องเลือกอาวุธและสั่งโจมตีด้วยตัวเองเหมือนในช่วงวิวัฒนาการ

ปัจจัยสำคัญในการต่อสู้อย่างมีประสิทธิภาพก็คือคุณต้องรู้จักอาวุธของคุณเป็นอย่างดี อย่างเช่นระยะทำการของอาวุธที่คุณเลือกใช้, มันใช้ได้ดีกับเป้าหมายประเภทไหน, และสร้างความเสียหายได้เท่าไหร่ ถึงจะมีอาวุธทรงอานุภาพขนาดไหนก็ไร้ประโยชน์หากคุณไม่รู้วิธีใช้มันอย่างมีประสิทธิภาพ

Note
รายการอาวุธทั้งหมดรวมถึงเงื่อนไขในการปลดล็อคเพื่อให้สามารถซื้อมาใช้ได้ จะถูกเรียบเรียงไว้ในส่วนภาคผนวกท้ายบท

สิ่งที่สำคัญเป็นอันดับสองในการต่อสู้ก็คือการรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ควรจะหนีจากการต่อสู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณอยู่ห่างไกลจากดาวบ้านเกิด หากคุณมีจำนวนที่เสียเปรียบอย่างมากหรือศัตรูมีอานุภาพสูงกว่ามากในกรณีนี้ความสุขุมย่อมดีกว่าความกล้าหาญ คุณจึงควรรีบบินออกจากพื้นผิวดาวดวงนั้นทันทีด้วยการออกสู่มุมมองระบบดาวอย่างรวดเร็ว และเดินทางไปยังดาวบ้านเกิดหรือดาวอาณานิคมเพื่อทำการซ่อมแซมและเติมพลังให้กับยาน

ความเสียหาย

แถบพลังชีวิตของยานของคุณแสดงไว้ด้วยแถบสีเขียวที่อยู่เหนือภาพยานที่อยู่บริเวณขวาล่างของหน้าจอ (แถบพลังชีวิตของยานในกองยานของคุณแสดงไว้ที่ไอคอนด้านขวาของหน้าจอ) ส่วนแถบพลังชีวิตของย่านฝ่ายตรงข้ามจะแสดงไว้เหนือยานแต่ละลำที่ปรากฏบนหน้าจอ เมื่อแถบพลังชีวิตสีเขียวนี้หมดลงยาวอวกาศก็จะถูกทำลาย หากยานอวกาศของคุณถูกทำลายงานสำรองจะปรากฏขึ้นที่ดาวบ้านเกิดของคุณ และคุณสามารถลองทำสิ่งที่คุณพลาดไปอีกครั้ง หรืออาจล้มเลิกก็ได้ถ้ามันไม่มีความสำคัญเพียงพอ

Note
หากคุณมียานอวกาศของพันธมิตรร่วมอยู่ในกองยานด้วยในขณะที่ยานอวกาศของคุณถูกทำลาย ยานพันธมิตรเหล่านั้นจะหายไปจากกองยาน คุณต้องไปร้องขอยานลำใหม่จากดาวเคราะห์ของพันธมิตรอีกครั้ง

การยึดครองระบบดาว

การยึดครองระบบดาวจะคล้ายคลึงกับการยึดเมืองด้วยพาหนะทางทหารในช่วงอารยธรรม คือคุณต้องทำให้เมืองอาณานิคมทั้งหมดในระบบดาวนั้นยอมจำนน ในการโจมตีเมืองอาณานิคมให้เล็งเป้าหมายไปที่ป้อมปืนและยานอวกาศที่มาป้องกันเมืองก่อน แล้วจึงค่อยทำลายสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในเมืองอาณานิคม

เมื่อคุณเริ่มโจมตีสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ในเมืองอาณานิคมแถบการยึดครองจะปรากฏขึ้นและค่อยๆ ถูกเติมเต็มเช่นเดียวกับการโจมตียึดเมืองในช่วงอารยธรรม เมื่อแถบนี้เต็มเมืองอาณานิคมแห่งนั้นจะยอมจำนน จากนั้นมุ่งเป้าไปที่เมืองอาณานิคมแห่งอื่นต่อไปในระบบดาวนั้นถ้ายังมีเหลืออยู่ เมื่อเมืองอาณานิคมแห่งสุดท้ายในระบบดาวนั้นยอมจำนวนให้คุณ จะปรากฏปุ่ม “ยึดระบบดาว” ให้เลือกด้านบนหน้าจอ เมื่อกดปุ่มนี้แล้วจะมีทางเลือกสองทางคือยึดระบบดาวและเมืองอาณานิคมมาอยู่ใต้การปกครอง หรือทำลายมันให้หมด

Note
เมืองอาณานิคมส่วนใหญ่จะยอมจำนนเมื่อเห็นว่าไม่มีทางต้านทานได้ แต่ก็จะมีเมืองอาณานิคมบางแห่งที่จะสู้จนถึงวินาทีสุดท้ายซึ่งบีบให้คุณต้องทำลายสิ่งปลูกสร้างของมันจนหมด

พวกเดอะกร็อกซ์

ระหว่างที่คุณสำรวจดวงดาวต่างๆ ในช่วงท่องอวกาศ ควรระมัดระวังเผ่าพันธุ์ดุร้ายที่ชื่อกร็อกซ์ เป็นทางเลือกที่ดีในการสร้างพันธมิตรกับจักรวรรดิอื่นๆ ไว้เพื่อช่วยเหลือเมื่อถูกรุกรานจากพวกกร็อกซ์ การสร้างป้อมปืนไว้ตามเมืองอาณานิคมก็เป็นอีกทางเลือกที่ทำให้เมืองอาณานิคมสามารถป้องกันตัวได้ชั่วระยะเวลาหนึ่งก่อนความช่วยเหลือจากคุณจะไปถึง จักรวรรดิเดอะกร็อกซ์เป็นจักรวรรดิที่ดุร้ายและมีกำลังเข้มแข็งมากโดยเฉพาะในบริเวณที่ใกล้กับใจกลางกาแล็กซี่

ไอเทมหายาก

กาแล็กซี่นั้นมีอาณาเขตอันกว้างใหญ่ไพศาลอย่างน่าอัศจรรย์ แค่การได้ออกสำรวจมันก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นคุณยังโอกาสได้พบกับไอเทมหายากที่มีราคาสูงบนดาวเคราะห์แต่ละดวงด้วย

คุณสามารถมองหาไอเทมหายากได้ด้วยการเข้าไปสำรวจที่ระบบดาวต่างๆ แต่ก็ควรระมัดระวังที่จะไม่เข้าไปยังดินแดนที่อยู่ภายใต้การปกครองของศัตรู ในมุมมองระบบดาวคุณสามารถใช้เมาส์ชี้เพื่อตรวจสอบดาวเคราะห์แต่ละดวงในระบบดาวนั้นได้ ถ้ามีแถบคลื่นสัญญาณสีเหลืองกระจายออกจากดาวเคราะห์ดวงไหนให้เห็นแสดงว่าดาวดวงนั้นน่าจะมีไอเทมหายากให้คุณเก็บ

เมื่อเข้าสู่มุมมองพื้นผิวดาวให้เปิดใช้เครื่องมือเรดาห์ แล้วมันจะชี้ทางให้คุณไปยังไอเทมหายาก สิ่งที่พบอาจเป็นเครื่องมือใหม่ๆ, หรือไอเทมหายากก็ได้ซึ่งสามารถนำไปขายได้ในราคาสูง ใช้ลำแสงลักพาเพื่อเก็บสิ่งที่พบถ้าเป็นเครื่องมือมันก็จะไปปรากฏในส่วนเครื่องมือที่แบ่งตามประเภท ถ้าเป็นไอเทมหายากมันจะถูกเก็บไว้ในส่วนห้องสัมภาระของยาน การฉกฉวยวัตถุจากดาวเคราะห์ที่มีอาณานิคมของจักรวรรดิอื่นตั้งอยู่อาจทำให้พวกเขาไม่พอใจดังนั้นเมื่อเก็บสิ่งที่ต้องการแล้วควรเตรียมตัวที่จะออกสู่วงโคจรในทันที

Tip
ไอเทมหายากนั้นสามารถนำไปขายได้ในราคาสูงผ่านทางคำสั่งค้าขายในหน้าจอการติดต่อสื่อสารระยะสั้น ไอเทมแต่ละชิ้นจะเป็นส่วนหนึ่งของชุดไอเทม และการหาได้ครบชุดจะยิ่งเพิ่มมูลค่าของมันขึ้นไปอีก

สิ่งที่ต้องระวังคือโจรสลัดอวกาศ ดาวเคราะห์ที่คุณเห็นว่ามีแถบคลื่นสัญญาณสีเหลืองนั้นแท้จริงแล้วอาจเป็นแค่กับดักที่พวกโจรสลัดวางไว้ ทันทีที่คุณเข้าสู่มุมมองพื้นผิวดาวพวกมันจะเข้าโจมตีทันที หากคุณไม่พร้อมสำหรับการต่อสู้ก็ควรหนีขึ้นสู่ชั้นวงโคจรทันที

สู่ดินแดนอันไร้ขอบเขต
สิบก้าวเล็กๆ ของ Clumpy แต่เป็นสิบก้าวที่ยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์
ในที่สุด Clumpy ของเราก็พร้อมที่จะเดินทางออกจากดาวบ้านเกิดที่เขาวิวัฒนาการขึ้นมาตั้งแต่ระดับจุลชีพแล้ว ในช่วงท่องอวกาศนี้มีแนวทางอันเปิดกว้างสำหรับเขาที่จะออกผจญภัยและสร้างความก้าวหน้าไปสู่ความเป็นจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่แห่งกาแล็กซี่

เครื่องแต่งกายที่บ่งบอกถึงความก้าวหน้า
เมื่อเข้าสู่ช่วงท่องอวกาศคุณจะได้เครื่องแต่งกายชิ้นใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาอีกจำนวนหนึ่ง และเช่นเดียวกับเครื่องแต่งกายในช่วงอารยธรรมเครื่องแต่งกายทั้งหมดจะมีหน้าที่เป็นเพียงเครื่องประดับเท่านั้นโดยจะไม่ส่งผลต่อการเล่นอย่างอย่างใด ดังนั้นเลือกใช้แต่ละชิ้นได้ตามความพอใจ

หมวก
หมวกทนกันกระแทก (50) หมวกคู่เสาอากาศ (50) หมวกไฟฉายแรงสูง (50) หมวกตำรวจขึงขัง (50) หัวปลาไฮเทค (50)

หน้ากาก
หน้ากากอวกาศ (50) หน้ากากแก๊สดวงจันทร์ (50) หน้ากากปล่อยแสง (50)

ลำตัว
ชุดไอพ่นพุ่งทะยาน (50) ใบพัดติดลำตัว (50) เกราะแม่เหล็กไฟฟ้า (50) เกราะเหล็กอวกาศ (50)

หัวไหล่
เกราะกันกระแทกไหล่ (50) ใบพัดแหวกเวหา (50) ปีกเบี่ยงทิศ (50)

สัญลักษณ์
นาฬิกาธรรมด๊าธรรมดา (2) ตราหยดน้ำ (2) หูหิ้วพิศวง (2)

รายละเอียด
เรดาร์ส่วนตัว (1) หางม้าผมบลอนด์ (1) ใบพัดจิ๋วกระทัดรัด (1) ดวงตาไซบอร์ก (1) เสาสัญญาณพกพา (1) 
 

มนุษย์อวกาศ Clumpy

หาก Clumpy ต้องการจะเผยแพร่อารยธรรมของพวกเขารวมถึงขยายอำนาจออกไปในกาแล็กซี่ พวกเขาก็ควรมีเครื่องแต่งกายที่ดูน่าประทับใจและแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

หมวกคู่เสาอากาศ
หมวกที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีสำหรับการสื่อสาร

หน้ากากปล่อยแสง
หน้ากากที่ช่วยป้องกันอันตรายที่อาจได้รับจากการไปเยือนดาวเคราะห์ที่ยังไม่เคยถูกสำรวจ

เสาสัญญาณพกพา
เสาสัญญาณที่เหมาะอย่างยิ่งกับหมวก บางทีอาจเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแปลภาษาเมื่อต้องติดต่อกับสิ่งมีชีวิตต่างดาว

เกราะเหล็กอวกาศ
ชุดอวกาศที่แสนกะทัดรัดแต่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยสนับสนุนการดำรงชีพ

เรดาร์ส่วนตัว x 2
จานเรดาห์ที่หัวเข่า ทำให้สามารถรับรู้ข้อมูลของสภาพแวดล้อมรอบตัว

ชุดไอพ่นพุ่งทะยาน
ถ้าหากมีโอกาสได้ออกจากยานอวกาศ อุปกรณ์ช่วยบินส่วนบุคคลนี้ยังช่วยให้ Clumpy สามารถเดินทางได้เหนือพื้นดิน

ปีกเบี่ยงทิศ
ปีกที่ช่วยในการทรงตัวเมื่อบินขึ้นจากพื้นดินด้วยเจ็ทแพ็คที่อยู่บนหลัง

การจัดองค์ประกอบเครื่องแต่งกาย

เช่นเดียวกับในช่วงอารยธรรม เครื่องแต่งกายทุกชิ้นจะไม่มีค่าสถานะใดๆที่ส่งผลต่อการเล่นในช่วงท่องอวกาศ ต่อไปนี้คือรายละเอียดการแต่งกายให้ Clumpy

1. เริ่มด้วย Clumpy ของเราเช่นเดิมโดยเอาเครื่องแต่งกายที่เคยสวมใส่ในช่วงอารยธรรมออกทั้งหมด

2. วางหมวกคู่เสาอากาศไว้เหนือศีรษะโดยให้กระบอกตาลอดออกมาจากหมวก

3. ปิดส่วนปากด้วยหน้ากากปล่อยแสงทำให้ดูน่าเกรงขามขึ้น

4. วางเกราะเหล็กอวกาศที่ส่วนลำตัวบริเวณหน้าอก เพื่อเป็นเครื่องป้องกันและช่วยในการดำรงชีพ

5. ติดชุดไอพ่นพุ่งทะยานที่ด้านหลังเพื่อช่วยในการเคลื่อนที่เมื่ออยู่นอกยานอวกาศ

6. จากนั้นติดปีกเบี่ยงทิศเพื่อช่วยในการบิน

7. ติดตั้งเรดาร์ส่วนตัวที่หัวเข่าทั้งสองข้างซึ่งดูเหมาะสมดี

8. ปิดท้ายด้วยเสาสัญญาณพกพาไว้เหนือหมวก

การสำรวจดินแดนที่ไม่เคยมี Clumpy คนไหนเคยไปเยือน
ลักษณะแนวทางการเล่นของ Clumpy ตั้งแต่ช่วงจุลชีพจนถึงช่วงอารยธรรมจะเป็นตัวกำหนดบุคลิกในตอนเริ่มช่วงอวกาศ รายละเอียดเรื่องบุคลิกจะอยู่ในส่วนภาคผนวกท้ายบท ต่อไปนี้คือตัวอย่างการผจญภัยฉบับย่อของ Clumpy ในช่วงท่องอวกาศ

นักบินหน้าใหม่

ก่อนที่จะทำการออกสำรวจอวกาศ Clumpy จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้และสร้างความคุ้นเคยกับการบังคับยานอวกาศเสียก่อน เมื่อกดปุ่มช่องสัญญาณสื่อสารที่กะพริบก็จะภารกิจแรกที่ได้รับคือการนำยานอวกาศบินทะลุผ่านลูกแก้วเรืองแสงที่ลอยอยู่เหนือเมืองเจ็ดแห่ง จากนั้นจะได้รับภารกิจเพื่อเรียนรู้การใช้เครื่องมือเรดาห์, สแกน, รวมถึงลำแสงลักพาด้วย

เครื่องมือเหล่านี้จะถูกใช้ประโยชน์บ่อยครั้งเมื่อได้ออกสำรวจอวกาศแล้ว หลังจากนำตัวอย่างสัตว์สปีชี่ส์ที่ภารกิจกำหนดกลับไปยังเมืองแล้ว ทำการติดต่อจะได้รับแจ้งว่ามีสัตว์บางตัวเกิดติดเชื้อและต้องถูกทำลายก่อนที่จะแพร่เชื้อ เพื่อทำภารกิจนี้ยานจะได้รับอาวุธมินิเลเซอร์เพื่อใช้ยิงทำลายสัตว์ติดเชื้อ (มีกลุ่มควันสีเหลืองลอยออกจากตัว)

เมื่อทำภารกิจกำจัดสัตว์ติดเชื้อแล้วจะได้รับการติดต่อและเข้าสู่หน้าจอค้าขาย Clumpy ทำการซื้อเครื่องยนต์ “พลังขับเคลื่อนระหว่างดวงดาว” จากนั้น Clumpy จะได้รับเหรียญตราเหรียญแรกซึ่งเป็นการเลื่อนตำแหน่งเป็นกัปตันพร้อมแต้มเกียรติยศอีกหนึ่งแต้ม แต้มเกียรติยศที่สะสมได้จากภารกิจต่างๆ รวมถึงที่ได้จากเหรียญตราจะทำให้มาตรวัดความก้าวหน้าเพิ่มระดับขึ้นไปสู่ตำแหน่งใหม่ๆ ซึ่งมีทั้งหมด 10 ระดับ

กัปตัน Clumpy

เมื่อติดตั้งเครื่องยนต์พลังขับเคลื่อนระหว่างดวงดาวแล้วทำให้ตอนนี้สามารถบินออกจากดวงดาวเพื่อสำรวจอวกาศได้แล้ว ภารกิจแรกที่ได้รับคือบินไปสำรวจดาวไคน์บ็อกการ์ท (ชื่อดาวและระบบดาวในแต่ละเกมจะต่างกันไปเพราะเป็นชื่อที่สุ่มขึ้นมา) ที่อยู่ในระบบดาวเดียวกัน กัปตัน Clumpy นำยานออกสู่วงโคจรเป็นครั้งแรก และในมุมมองระบบดาวคลิกที่ดาวไคน์บ็อกการ์ทเป้าหมายเพื่อบนไปยังวงโคจรของดาวนั้น

ทันทีที่ลดระดับการบินเข้าสู่ชั้นบรรยากาศเรดาห์จะแจ้งว่าพบอะไรบางอย่าง มันคือซากยานอวกาศที่ไม่ทราบที่มา บินไปตามทิศทางที่เรดาห์ชี้แล้วทำการสแกนซากยานที่พบ ผลก็คือจะทำให้ได้พิกัดของดาวที่ไม่เคยรู้จักบางทียานลำนี้คงบินมาจากดาวดวงนั้นเพื่อขอความช่วยเหลือ

ออกสู่มุมมองระบบดาว จากนั้นออกสู่มุมมองกาแล็กซี่ กัปตัน Clumpy ตัดสินใจนำยานบินไปสำรวจระบบดาวเป้าหมายจากข้อมูลที่ได้ค้นพบ เมื่อถึงระบบดาวเป้าหมายก็ทำการบินเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ที่ได้ข้อมูลมา

เมื่อเข้าสู่มุมมองพื้นผิวดาวเรดาห์จะนำทางคุณไปพบซากเมืองที่ถูกทำลาย เมื่อทำการสแกนซากสิ่งปลูกสร้าง จะทำให้ระบบป้องกันตัวเองที่ยังหลงเหลืออยู่ของดาวดวงนี้เกิดทำงานและส่งยานโดรนระวังภัยมาโจมตีเพราะเข้าใจว่ายานของ Clumpy เป็นพวกกร็อกซ์ที่มารุกราน Clumpy ใช้อาวุธขีปนาวุธโปรตอนขนาดเล็กทำลายยานโดรนแล้วบินกลับดาวบ้านเกิดเพื่อแจ้งข้อมูลทั้งหมดที่ได้มา

จากนั้นจะได้รับภารกิจใหม่คือการสร้างอาณานิคม ซึ่งเป้าหมายคือดาวเคราะห์ที่ชื่อคริปติกสไปรท์ที่อยู่ในระบบดาวเอาเทอร์ลู เมื่อไปถึงดาวเป้าหมายและเข้าสู่ชั้นบรรยากาศพบว่าแม้อุณหภูมิจะอยู่ในช่วงที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตแต่บรรยากาศเบาบางเกินไปทำให้ระดับความเหมาะสมต่อการดำรงชีพยังอยู่ที่ T0 ยังไงก็ตามนั้นไม่ใช่ปัญหาที่ต้องกังวลในตอนนี้ Clumpy ทำการวางอาณานิคมสำเร็จรูปลงไปที่พื้นผิวดาวใกล้กับแหล่งเครื่องเทศ แล้วบินกลับดาวบ้านเกิดเพื่อรายงานผลของภารกิจ

เมื่อถึงดาวบ้านเกิดยานของ Clumpy จะได้รับเครื่องเทศที่เก็บเกี่ยวได้มาไว้ในห้องสัมภาระของยาน และภารกิจต่อไปคือการค้นหาสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงอื่นที่มีความเจริญถึงระดับท่องอวกาศได้ ออกสู่มุมมองกาแล็กซี่ แล้วใช้เมาส์ชี้ไปยังระบบดาวต่างๆ ที่อยู่ไม่ไกลนักทันใดนั้นก็ได้พบระบบดาวที่ส่งสัญญาณคลื่นสีน้ำเงินออกมาซึ่งหมายถึงในระบบดาวนั้นมีสิ่งมีชีวิตที่มีเทคโนโลยีสูงพอจะท่องอวกาศได้ อย่างไรก็ตามระบบดาวที่ค้นพบนี้ไกลเกินกว่าจะเดินทางได้ด้วยการโจนเพียงครั้งเดียว (ไกลกว่า 3 พาร์เซ็ค) ดังนั้นจึงต้องบินไปยังระบบดาวที่อยู่ระหว่างทางก่อนแล้วโจนอีกครั้งไปยังระบบดาวเป้าหมายเพื่อดูว่าจะได้พบกับอะไร

เมื่อไปถึงก็พบว่าดาวกรีนเดมอนคือดาวที่ส่งสัญญาณออกมา เมื่อบินไปที่วงโคจรของดาวนี้ก็ได้พบกับยานทูตของสิ่งมีชีวิตที่ชื่อฟลิตต์ ทำการติดต่อกับพวกเขาแล้วแจ้งไปว่ามาเยือนโดยสันติ ในหน้าต่างการติดต่อพบว่ามีปุ่มค้าขายปรากฏขึ้น เมื่อทดลองเข้าสู่หน้าจอค้าขายก็พบว่าเครื่องเทศสีแดงที่ติดยานมานั้นขายได้ราคาถึง 17,000 Sporebaht ต่อยู่นิตจึงทำการขายทั้งหมดที่มีเพื่อทำกำไร จากนั้นขอเสนอเปิดเส้นทางการค้าซึ่งพวกฟลิตต์ก็ยินดี การเปิดเส้นทางการค้านี้จะนำไปสู่ทางเลือกในการซื้อระบบดาวนี้ได้ในอนาคต ก่อนจากมา Clumpy ทดลองซื้อเครื่องเทศสีม่วงที่พวกฟลิตต์มีขายในราคา 14,000 Sporebaht มาหนึ่งยูนิตด้วย

เมื่อกลับถึงดาวบ้านเกิดเพื่อรายงานความสำเร็จของภารกิจและรับรางวัลในการค้นพบจักรวรรดิอื่นและทำการค้าขายกับพวกเขาแล้ว Clumpy ยังได้พบว่าที่ดาวบ้านเกิดนี้เขาสามารถขายเครื่องเทศสีม่วงได้ในราคาถึง 29,000 Sporebaht ต่อหนึ่งยูนิต นั่นหมายความว่านอกจากสามารถนำเครื่องเทศสีแดงจากดาวบ้านเกิดไปขายที่กรีนเดมอนแล้วยังสามารถขนเครื่องเทศสีม่วงจากที่นั่นกลับมาขายที่ดาวบ้านเกิดเพื่อทำกำไรเพิ่มได้อีก

ถึงตอนนี้ Clumpy สามารถทำภารกิจสำเร็จได้ถึงห้าภารกิจแล้วจึงทำให้ได้รับเหรียญตรา “นักสะสางภารกิจระดับ 1” พร้อมแต้มเกียรติยศอีกสองแต้ม
หลังจากนั้นก็ทำภารกิจต่างๆ หลากหลายภารกิจต่อไปจนทำให้ได้รับเหรียญตราเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บังคับการ
การค้าขายดูเหมือนจะเป็นแนวทางที่ทำรายได้อย่างงามให้กับ Clumpy นอกจากนั้นยังรับทำภารกิจต่างๆ ให้กับดาวบ้านเกิดรวมถึงพวกฟลิตต์ด้วย เมื่อพัฒนาความสัมพันธ์ได้ดีถึงระดับหนึ่งก็ตัดสินใจชวนพวกฟลิตต์เป็นพันธมิตรกับซึ่งพวกเขาก็ตกลงด้วยความยินดี

การกระทำต่างๆ เหล่านี้ส่งผลให้ Clumpy ได้รับเหรียญตรา พ่อค้ามืออาชีพ, นักสะสางภารกิจ, และนักบุกเบิกการค้า และเมื่อมีเงินสะสมมากถึงระดับหนึ่งก็ทำให้ได้รับเหรียญตราเศรษฐีใหญ่ด้วย
นอกจากนี้แต้มเกียรติยศที่ได้มายังทำให้ Clumpy ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นนายพลซึ่งเป็นตำแหน่งระดับที่สามจากทั้งหมดสิบระดับ อย่างไรก็ตามตำแหน่งยิ่งสูงขึ้นไปยิ่งต้องการความพยายามมากยิ่งขึ้น

นายพล Clumpy

ในที่สุด Clumpy ก็ได้รับเหรียญตราพ่อค้ามืออาชีพระดับ 4 ซึ่งทำให้สามารถปลดล็อคพื้นที่เก็บของขนาดใหญ่ซึ่งเมื่อซื้อมาแล้วจะทำให้ห้องสัมภาระเก็บของได้มากขึ้น แม้มันจะมีราคาแพงแต่ก็คุ้มค่าเพราะทำให้ขนสินค้าระหว่างเดินทางได้มากขึ้น
การเดินทางค้าขายระหว่างดาวบ้านเกิดกับกรีนเดมอนด้วยเครื่องเทศชนิดเดิมนานเข้าทำให้ราคาเริ่มตกลง ดังนั้นถึงเวลาที่จะหาเครื่องเทศชนิดใหม่และแหล่งค้าขายเพิ่มแล้ว

ระหว่างการสำรวจ Clumpy ก็ได้พบกับดาวเคราะห์ดวงใหม่ที่มีเครื่องเทศชนิดที่ต่างออกไป เขาได้ทำการซื้อเครื่องมืออาณานิคมสำเร็จรูปแล้วนำไปตั้งเป็นเมืองอาณานิคมยังระบบดาวที่มีเครื่องเทศชนิดใหม่ๆ และยังไม่มีสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาครอบครอง โดยเลือกดาวที่มีระดับความเหมาะสมต่อการดำรงชีพอย่างน้อย T1 เพราะถ้าต่ำกว่านั้นจะไม่สามารถสร้างโรงงานขึ้นในเมืองอาณานิคมได้ซึ่งเท่ากับไม่สามารถสร้างรายได้ได้เลย
นอกเหนือจากเรื่องการค้าขายแล้ว Clumpy ยังรับทำภารกิจให้กับทุกๆ จักรวรรดิที่เขาได้พบเจอ ซึ่งนอกจากจะนำมาซึ่งรางวัลที่เป็นเงินแล้วยังนำไปสู่การเลื่อนตำแหน่งด้วย

ดาวเคราะห์บางดวงที่มีแหล่งเครื่องเทศชนิดที่ Clumpy ต้องการแต่กลับมีสภาพไม่เหมาะกับการดำรงชีพ แม้จะสร้างเมืองอาณานิคมแล้วแต่จะไม่สามารถสร้างโรงงานหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ได้ ถึงตอนนี้ Clumpy สามารถซื้อเครื่องมือในการปรับสภาพอากาศบนพื้นผิวดาวได้แล้ว สำหรับดาวโพเลนีที่หมายตาไว้นั้นมีอุณหภูมิสูงเกินไปเขาจึงทำการซื้อเครื่องมือพายุน้ำแข็งแล้วนำไปใช้บนพื้นผิวดาวโพเลนี่เพื่อลดอุณหภูมิของดาวลง
แม้ว่าความหนาแน่นของบรรยากาศและอุณหภูมิจะเข้าสู่ช่วงที่เหมาะสมต่อการดำรงชีพแล้วแต่มันจะอยู่เพียงชั่วคราวนอกเสียจากจะมีระบบนิเวศน์ (ห่วงโซ่อาหาร) ที่สมบูรณ์ ดังนั้น Clumpy จึงใช้ลำแสงลักพาไปนำพืชและสัตว์ที่ต้องการมาจากดาวเคราะห์ดวงอื่นเพื่อวางลงบนดาวโพเลนี่ โดยวางลงตามลำดับของห่วงโซ่อาหาร

เริ่มด้วยการวางพืชขนาดเล็ก ตามด้วยพืชขนาดกลางและใหญ่ โดยวางเพียงสปีชี่ส์ละหนึ่งต้นก็เพียงพอ จากนั้นตามด้วยสัตว์กินพืชและสัตว์กินเนื้อตามลำดับ เมื่อห่วงโซ่อาหารสมบูรณ์ระดับความเหมาะสมต่อการดำรงชีพก็จะสมดุลอยู่ในสภาวะนั้นโดยไม่เปลี่ยนแปลง
เมื่อระดับความเหมาะสมต่อการดำรงชีพของดาวเคราะห์เปลี่ยนไปมันจะทำให้สภาพแวดล้อมและสีของพื้นผิวดาวเปลี่ยนแปลงไปด้วย Clumpy ตัดสินใจเปลี่ยนสภาพบรรยากาศต่อไปจนมันเข้าสู่ระดับ T2 ด้วยการลดอุณหภูมิลงอีก เมื่อทำสำเร็จแล้วก็ต้องจัดหาพืชและสิ่งมีชีวิตมาเพิ่มเติมให้เต็มห่วงโซ่อาหารอีกครั้ง จากนั้นจึงเริ่มลงมือสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆ สำหรับเมืองอาณานิคมบนดาวดวงนี้

Clumpy สามารถสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ในเมืองอาณานิคมแต่ละแห่งผ่านโปรแกรมจัดการอาณานิคม โรงงานเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สำคัญที่สุดเพราะจะทำให้สามารถเก็บเกี่ยวเครื่องเทศได้ แต่ก็ควรรักษาสมดุลเรื่องระดับความสุขของประชากรด้วยแหล่งบันเทิงด้วย

Clumpy มุ่งหน้าสร้างเมืองอาณานิคมต่อไปในระบบดาวอื่นๆ โดยอาศัยเครื่องมือปรับสภาพอากาศเป็นตัวช่วย เพื่อหลีกเลี่ยงการต้องบินไปมาหลายเที่ยว Clumpy จึงทำการเก็บพืชและสัตว์สายพันธุ์ต่างๆ ไว้จำนวนหนึ่งบนยานไว้สำหรับการสร้างห่วงโซ่อาหารให้กับดาวที่ได้รับการปรับสภาพอากาศให้เหมาะสมแล้ว

จักรวรรดิเดอะกร็อกซ์

Clumpy ได้รับการแจ้งว่าจักรวรรดิเดอะกร็อกซ์ได้แผ่ขยายอำนาจมาถึงบริเวณดาวบ้านเกิดของเขาแล้ว ดังนั้นเขาจึงถูกส่งออกไปสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพวกเดอะกร็อกซ์ ข้อมูลที่รู้มามีเพียงว่าพวกมันสร้างอาณานิคมอย่างหนาแน่นอยู่บริเวณใจกลางกาแล็กซี่ เนื่องจากดาวบ้านเกิดของ Clumpy อยู่บริเวณของของกาแล็กซี่มันจึงเป็นการเดินทางที่ไกลไม่น้อย ดังนั้นจึงตัดสินใจซื้อความสามารถของยานที่เรียกว่า “กุญแจรูหนอน” ซึ่งจะทำให้สามารถเดินทางผ่านเข้าสู่หลุมดำแห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งเสมือนเป็นทางลัดได้ นอกจากนั้นควรมีพลังขับเคลื่อนระหว่างดวงดาวอย่างน้อยระดับ 3

ตลอดทางที่เดินทางไปยังบริเวณใจกลางกาแล็กซี่ Clumpy ได้ทำการติดต่อกับจักรวรรดิต่างๆ ที่ได้พบ รวมถึงค้นหาไอเทมหายากต่างๆ ไปในเวลาเดียวกันด้วย ซึ่งทำให้ได้รับเหรียญตรานักล่าสมบัติและนักสำรวจหมู่ดาว

ในที่สุด Clumpy ก็ได้พบกับหลุมดำแห่งหนึ่ง ทางเดียวที่จะรู้ว่ามันนำไปสู่ที่แห่งใดก็คือการเข้าสู่ใจกลางของมัน

การเข้าสู่หลุมดำก็ทำได้เช่นเดียวกับการเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์นั่นเอง เมื่อเดินทางผ่านรูหนอนอวกาศแล้ว Clumpy ก็มาโผล่ยังหลุมดำอีกแห่งที่อยู่ไกลจากตำแหน่งของหลุมดำที่ใช้เป็นทางเข้าอย่างมากโดยใช้เวลาเพียงเล็กน้อย

หลังจากหาเส้นทางผ่านหลุมดำสองสามครั้ง ในที่สุดก็ได้พบกับระบบดาวที่ครอบครองโดยพวกเดอะกร็อกซ์ เขาตัดสินใจลองติดต่อกับพวกเดอะกร็อกซ์ซึ่งเป็นที่รู้กันดีถึงความโหดร้ายของพวกมัน Clumpy ตัดสินใจพยายามพัฒนาความสัมพันธ์ขึ้นด้วยการรับทำภารกิจให้พวกเดอะกร็อกซ์

ซึ่งคือการไปลักพาตัวอย่างสิ่งมีชีวิตจากดาวเคราะห์ดวงหนึ่งมาให้พวกเดอะกร็อกซ์ศึกษา ซึ่งช่วยเพิ่มค่าความสัมพันธ์ขึ้นเล็กน้อยแต่ยังไม่สามารถทำให้พวกเดอะกร็อกซ์มาเป็นมิตรได้

เนื่องจากพวกเดอะกร็อกซ์ไม่มีภารกิจใดๆ จะมอบให้อีก Clumpy จึงตัดสินใจกลับไปยังดาวบ้านเกิดเพื่อรายงานสิ่งต่างๆ ที่เขาได้พบ โดยการเดินทางย้อนเส้นทางเดิมผ่านหลุมดำที่เคยใช้ตอนขามา เนื่องจากพวกเดอะกร็อกซ์ยังอยู่ไกลจากดาวบ้านเกิดของ Clumpy มากบางทีมันคงยังไม่เป็นอันตรายมากนักในเวลานี้

ก้าวหน้าสู่ความสุดยอด

ด้วยภารกิจทั้งหมดที่ผ่านมา รวมถึงภารกิจที่ทำเพิ่มเติม ทำให้ Clumpy ได้รับการเลื่อนตำแหน่งอีกหลายครั้งจนได้รับเหรียญตราฉายาผู้เรืองอำนาจในที่สุด

ในเวลานี้ Clumpy ทำให้แถบความก้าวหน้าเติมเต็มไปประมาณ80เปอร์เซ็นต์แล้ว แล้วอะไรคือเป้าหมายต่อไป? จะเป็นการทำการค้า, สร้างอาณานิคมใหม่, ยึดครองอาณานิคมของจักรวรรดิอื่น, รับทำภารกิจต่างๆ, ค้นหาไอเทมหายาก, สำรวจหาสถานที่สำคัญในอวกาศ, หรือไปให้ถึงใจกลางกาแล็กซี่?

คงไม่มีคำตอบที่แน่ชัด เพราะ Clumpy สามารถเลือกทำทุกอย่างได้ตามแต่ใจและสร้างเรื่องราวการผจญภัยของเขาขึ้นมาเอง

เพราะไม่ว่าสำหรับ Clumpy หรือคุณแกแล็กซี่นี้เปิดกว้างให้สำรวจได้อย่างไม่มีจบสิ้น

 

ติดตามข่าวจาก Online Station ได้ที่

 

เพิ่มเพื่อน