Close

Spore:Chapter 4-7การผจญภัยของ Clumpy ในช่วงอารยธรรม Part 2

จากเมืองแรก เพื่อพิชิตอีกเก้าเมือง

Clumpy ของเราที่พัฒนาขึ้นมาจากหมู่บ้านในช่วงสร้างเผ่าเป็นเมืองทางทหารกำลังมุ่งหน้าต่อไปเพื่อพิชิตทั้งดวงดาว ตัวอย่างการเล่นของเราต่อไปนี้เป็นเพียงหนึ่งในแนวทางอันหลากหลายนับไม่ถ้วนที่เป็นไปได้เท่านั้น

นายกเทศมนตรี Clumpy
ในเมื่อพัฒนาเข้าสู่ช่วงอารยธรรมแล้ว ก็สมควรที่จะมีพัฒนาการในเรื่องรูปแบบการแต่งกายที่เป็นเครื่องสะท้อนถึงความศิวิไลซ์ด้วยเช่นกัน

เหรียญรางวัลเอริล
เหรียญตราขนาดใหญ่ที่บอกให้โลกรู้ถึงชัยชนะของเผ่าพันธุ์ Clumpy

แผงอกผูกโบว์
เชิ้ตติดกระดุมและหูกระต่ายที่ดูมีระดับช่วยเพิ่มความภูมิฐาน

ท่อระบายกลิ่น x 2
สามารถรวมกับเครื่องแต่งกายอื่นๆ ได้อย่างกลมกลืน

ผมปลอมหลายลอน
จะเป็นเส้นผมจริงหรือแค่วิกก็สามารถช่วยเสริมบุคลิกของผู้สวมใส่ได้

หมวกมหาเศรษฐี
หมวกทรงสูงที่ดูสมฐานะ ยิ่งช่วยสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น

หนวดจิ๋มจ้าวเสน่ห์
หนวดคืออีกชิ้นส่วนที่ช่วยเสริมบุคลิกได้

ริ้วลายประดับผ้า
เครื่องแต่งกายที่ปกติจะไว้บริเวณหน้าอกชิ้นนี้ สามารถนำมาประดับต้นขาทั้งสองข้างของ Clumpy ได้โดยไม่ขัดตา
 

ขั้นตอนสู่ความเรืองอำนาจ
ลักษณะแนวทางการเล่นของคุณในช่วงสร้างเผ่าจะเป็นตัวกำหนดว่าคุณจะเริ่มต้นช่วงอารยธรรมด้วยเมืองที่ใช้แนวทางใด ต่อไปนี้คือแนวทางของ Clumpy ที่จบช่วงสร้างเผ่าด้วยแนวทางการเล่นที่ถูกจัดอยู่ในลักษณะก้าวร้าว

Clumpy อสูรสงคราม
เมื่อเผ่าพันธุ์ Clumpy พัฒนาขึ้นสู่ช่วงอารยธรรมพวกเขาก็มีเมืองแห่งแรกของตัวเองที่ชื่อ Clumpy (ชื่อเดียวกับเผ่าพันธุ์) ซึ่งเป็นเมืองทางทหาร และตอนนี้พวกเขาก็มีพาหนะทางบกลำแรกพร้อมปฏิบัติงานแล้วนั่นคือ Robo Clumpy พาหนะนี้สามารถใช้เพื่อยึดบ่อน้ำพุเครื่องเทศและสามารถใช้ทำลายยูนิตพาหนะของเมืองอื่นรวมถึงโจมตียึดเมืองอื่นด้วย เนื่องจาก Clumpy เป็นเผ่าพันธุ์แรกที่พัฒนาขึ้นสู่ความเป็นเมืองในช่วงอารยธรรมดังนั้นพวกเขาจึงมีความได้เปรียบชนชาติอื่นๆ ในเรื่องของเวลา

Robo Clumpy

พลังชีวิต 383
พลังโจมตี 23
ความว่องไว 16

ภารกิจแรกคือการหาแหล่งรายได้ให้กับเมือง เนื่องจากมันเริ่มต้นด้วยเงินเพียง 3,000 Sporebaht โดยยังไม่มีแหล่งรายได้เลย และทางที่ง่ายที่สุดคือการยึดบ่อน้ำพุเครื่องเทศที่อยู่ใกล้ที่สุด ดังนั้น Robo Clumpy จึงถูกส่งออกไปทำงานนี้ทันที เนื่องจากยังไม่มีเมืองของชนชาติอื่นถูกก่อตั้งขึ้นดังนั้นบ่อน้ำพุเครื่องเทศทุกแห่งจึงยังไม่มีใครครอบครอง และเมื่อได้ครอบครอบบ่อน้ำพุเครื่องเทศแห่งแรกทำให้มีรายได้ 1,000 Sporebaht ต่อนาที

เมื่อยึดบ่อน้ำพุเครื่องเทศแห่งแรกได้แล้ว ควรให้ Robo Clumpy ออกยึดบ่อน้ำพุเครื่องเทศที่กระจายอยู่ในทวีปนี้ให้ได้มากที่สุดก่อนที่เมืองของชนชาติอื่นๆ จะเริ่มถูกสถาปนาขึ้นมา

ในขณะที่ Robo Clumpy ออกเดินทางเพื่อยึดบ่อน้ำพุเครื่องเทศ เราก็เริ่มทำการเพิ่มและจัดวางสิ่งปลูกสร้างในเมืองเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด การจัดวางสิ่งปลูกสร้างประเภทต่างๆ นั้นเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เริ่มด้วยการสร้างที่พักอาศัยเพิ่มเพื่อทำให้สามารถมีจำนวนพาหนะได้เพิ่มขึ้น จากนั้นสร้างโรงงานเพื่อสร้างรายได้ไว้ติดกับที่ว่าการเมืองและที่พักอาศัยในเวลาเดียวกันเพื่อเพิ่มรายได้ และสร้างแหล่งบันเทิงไว้ด้านตรงข้ามไม่ให้ติดกับโรงงานโดยมีที่ว่าการเมืองคั่นกลางโดยให้แหล่งบันเทิงนี้ติดกับที่ว่าการเมืองและที่พักอาศัยเพื่อสร้างความสุขให้ประชากร ผลที่ได้คือเมืองที่ประชากรมีความสุขและมีรายได้ 800 Sporebaht ต่อนาที

Clumpnaught

พลังชีวิต 496
พลังโจมตี 41
ความว่องไว 12

ไม่นานพวก Clumpy ก็ตระหนักว่าบ่อน้ำพุเครื่องเทศนั้นไม่ได้มีแต่เพียงบนพื้นแผ่นดินเท่านั้นแต่ยังมีกระจายอยู่ในท้องทะเลด้วย และเนื่องจาก Robo Clumpy ไม่สามาระเข้าถึงแหล่งรายได้ในท้องทะเลได้ ดังนั้นจึงตัดสินใจออกแบบสร้าง Clumpnaught ซึ่งพาหนะทางทะเลขึ้น (โชคดีที่เมืองแห่งแรกของ Clumpy นั้นมีพื้นที่ติดกับทะเล) จากนั้นส่งมันออกไปเพื่อยึดบ่อน้ำพุเครื่องเทศที่อยู่ในท้องทะเลเพื่อเพิ่มรายได้ให้สูงขึ้นไป

ไม่นานก็เริ่มมีเมืองของชนชาติอื่นปรากฏขึ้นในทวีปเดียวกัน แน่นอนว่าด้วยนโยบายทางทหารทำให้ Clumpy ต้องการที่จะยึดครองเมืองของชนชาติอื่นและยิ่งทำได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดีเพราะเมืองที่ก่อตั้งใหม่ยังไม่มีเวลาเตรียมการป้องกันหรือสร้างความแข็งแกร่งได้มากนัก ด้วยรายได้จากโรงงานในเมืองและบ่อน้ำพุเครื่องเทศจึงตัดสินใจสร้าง Robo Clumpy ขึ้นอีกสี่ลำ และส่งมันไปยังเมือง Pasian ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ใกล้ที่สุด จากนั้นสั่งให้พาหนะทั้งหมดทำการโจมตียึดเมือง

เนื่องจากเมือง Pasian เพิ่งก่อตั้งได้ไม่นานจึงมีเพียงพาหนะไม่กี่ลำซึ่งถูกส่งออกไปเพื่อหาบ่อน้ำพุเครื่องเทศ กองกำลัง Robo Clumpy จึงเริ่มทำการถล่มเมืองโดยทำลายสิ่งปลูกสร้างต่างๆ และสุดท้ายคือที่ว่าการเมือง เมื่อที่ว่าการเมือง Pasian ถูกทำลายลงเมือง Pasian ก็ยกธงขาวและยินยอมอยู่ใต้การปกครองของชนชาติ Clumpy

เนื่องจาก Pasian ก็เป็นเมืองทางทหารเช่นเดียวกัน ดังนั้นมันจึงยังคงเป็นเมืองทางทหารต่อไป เพื่อใช้ประโยชน์จากเมือง Pasian จึงทำการสร้างที่พักอาศัยและโรงงานในเมืองเพื่อเพิ่มจำนวนกองกำลังและแหล่งรายได้ และเพื่อรักษาระดับความสุขของประชากรจึงทำการสร้างแหล่งบันเทิงไว้ด้วยเช่นกัน

ต่อมาเมือง Lavender ซึ่งเป็นเมืองทางเศรษฐกิจได้ยื่นข้อเสนอขอเปิดเส้นทางการค้า ซึ่ง Clumpy เห็นว่าหากมีเส้นทางการค้าระหว่างกันจะทำให้ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายเนื่องจากรายได้ที่ได้จากการค้าขายแต่ละเที่ยวจึงตัดสินใจตอบรับข้อเสนอ

ยังมีเมืองอีกแห่งที่อยู่บนทวีปเดียวกันคือ Ottabriln ประเทศ Clumpy จึงทำการสร้าง Robo Clumpy เพิ่มขึ้นอีกจากเมือง Pasian แล้วทำการผนึกกองกำลังทั้งหมดแล้วส่งมันไปเพื่อโจมตียึดเมือง Ottabriln เนื่องจากจำนวนกองกำลังที่เหนือกว่าทำให้กองทัพของ Clumpy สามารถเอาชนะและยึดเมืองได้ไม่ยาก

ณ.เวลานี้ในทวีปเดียวกันนั้นมีเพียงเมืองคู่ค้าเท่านั้นที่เหลืออยู่ ดังนั้นเป้าหมายต่อไปคือเมืองที่ตั้งอยู่ในทวีปอื่น ประเทศ Clumpy จึงตัดสินใจเพิ่มจำนวน Clumpnaught ขึ้นเพื่อสร้างเป็นกองทัพพาหนะทางทะเลซึ่งสามารถใช้โจมตียึดเมืองที่อยู่ตามแนวชายฝั่งได้

เมืองชายฝั่ง Rouldia จึงตกเป็นเป้าหมายแรกของกองเรือ Clumpnaught ซึ่งเมื่อแล่นเรือไปถึงแนวชายฝั่งที่ติดกับเมือง Rouldia ก็เริ่มเปิดฉากโจมตีเมืองทันที เมื่อถูกโจมตีจากทางทะเลโดยไม่ได้คาดหมายทำให้ Rouldia แทบไม่สามารถป้องกันตัวได้และถูกยึดครองอย่างรวดเร็ว เนื่องจาก Rouldia เป็นเมืองทางศาสนาทำให้เมื่อยึดเมืองนี้ได้แล้วจึงมีทางเลือกว่าจะให้มันเป็นเมืองทางทหารหรือเป็นเมืองทางศาสนาต่อไปเช่นเดิม เนื่องจากนโยบายของ Clumpy นั้นมุ่งไปที่กลยุทธ์ทางทหารอย่างชัดเจนจึงตัดสินใจเลือกให้ Rouldia เปลี่ยนเป็นเมืองทางทหาร และเริ่มทำการสร้างสิ่งปลูกสร้างเพื่อขยายจำนวนพาหนะสูงสุดและรายได้เหมือนเช่นในเมืองอื่นๆ ที่ได้ครอบครอง

เมื่อยึดเมืองอื่นได้ถึงสามเมืองรวมกับเมืองแรก Clumpy เองทำให้ตอนนี้มีเมืองอยู่ภายใต้การปกครองทั้งหมดสี่เมืองจึงส่งผลให้ประเทศ Clumpy สามารถเรียนรู้เทคโนโลยีทางอากาศยาน ตอนนี้พวกเขาสามารถสร้างพาหนะทางอากาศได้แล้ว

Clumpwing

พลังชีวิต 261
พลังโจมตี 29
ความว่องไว 36

หลังจากออกแบบและสร้าง Clumpwing ขึ้นจำนวนหนึ่ง จึงตัดสินใจส่งมันออกไปเพื่อโจมตียึดเมือง Varester และเนื่องจากเมือง Varester เป็นเมืองชายฝั่งที่มีพื้นที่ติดทะเลจึงได้ทำการส่งกองเรือ Clumpnaught ไปเสริมการโจมตีด้วย เมือง Varester ไม่อาจต้านทานการโจมตีทั้งทางอากาศและทางทะเลได้จึงเป็นอีกหนึ่งเมืองซึ่งตกมาอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศ Clumpy

ประเทศ Clumpy เสริมขยายความแข็งแกร่งต่อไปด้วยการสร้างสิ่งปลูกสร้างในเมืองใหม่ที่ได้มา และเนื่องจากไม่มีประเทศที่เป็นปฏิปักษ์เหลืออยู่แล้วในทวีปแรกที่เมือง Clumpy ตั้งอยู่ จึงตัดสินใจปลดระวาง Robo Clumpy บางส่วนเพื่อทำให้สามารถสร้าง Clumpwing ได้มากขึ้น จากนั้นจึงใช้มันเปิดฉากโจมตีเมืองต่อไปคือ Caramuro ซึ่งต้านทานได้เพียงไม่นาน ถึงตอนนี้ทั้งรายได้และกองกำลังยิ่งมีอานุภาพมากขึ้น ยากที่จะมีใครมาหยุดการขยายอำนาจของประเทศ Clumpy ได้อีกแล้ว

ขีปนาวุธทำลายล้าง

หลังจากที่มีเมืองอยู่ภายใต้การปกครองถึงหกเมือง ประเทศ Clumpy ก็ได้ความสามารถชนิดใหม่นั่นคือ “ขีปนาวุธทำลายล้าง” ซึ่งแม้ว่าจะต้องใช้เงินถึง 24,000 Sporebaht ในการใช้งานแต่ก็มีอานุภาพสูงยิ่ง คือจะเป็นการยิงจรวดหัวรบนิวเคลียร์ไปทำลายที่ว่าการเมืองของชนชาติอื่นที่เหลือทั้งหมดและทำให้เมืองเหล่านั้นต้องยอมจำนนในทันที อย่างไรก็ตามผู้นำของ Clumpy ดูเหมือนจะสนุกกับการค่อยๆ ใช้กองทัพโจมตียึดไปทีละเมืองมากกว่าจึงตัดสินใจไม่ใช้อาวุธมหาประลัยที่ได้มา และดำเนินแผนการรบยึดเมืองที่เหลือต่อไปทีละเมือง

สุดท้ายก็เหลือเมืองเพียงแห่งเดียวซึ่งก็คือเมืองของชนชาติ Lavendar ที่ Clumpy เปิดเส้นทางการค้าด้วย ซึ่งตระหนักดีว่าพวกเขาไม่มีโอกาสแม้เพียงน้อยนิดที่จะต้านทานประเทศ Clumpy ได้ จึงตัดสินใจติดต่อมาเพื่อขอยอมจำนนโดยไม่ต้องมีการสูญเสีย จึงทำให้ประเทศ Clumpy สามารถครอบครองเมืองทั้งหมดในพิภพนี้ได้สำเร็จและพร้อมที่จะออกไปสำรวจอวกาศอันไร้ขอบเขตแล้ว
 

ติดตามข่าวจาก Online Station ได้ที่

 

เพิ่มเพื่อน