Close

Atlantica : เลเวลอัพไว ด้วยระบบ Skirmish

        เหตุผลหนึ่งที่แพตช์ Troy มีการกำหนดการรีเซ็ตเควสต์ให้เหลือรีเซ็ตได้วัน 1 เควสต์ เพราะต้องการชูระบบการเล่นแบบ TBS ให้เล่นกันมากขึ้น ทั้งได้ค่าประสบการณ์, Workload สำหรับสร้างของ และไอเทมดรอปสูงกว่าปกติ และไม่ต้องไปวนเควสต์ซ้ำซากเหมือนเดิม โดยแบบ TBS Mission จะเข้าได้สัปดาห์ละไม่กี่ครั้งเท่านั้น แต่ Skirmish สามารถทำได้วันละหลายครั้ง ตาม Stamina ที่มี และถ้าคุ้นเคยแล้ว จะเก็บเลเวลได้ไวกว่าฟาร์มมอนสเตอร์กับวนเควสต์เดิมๆ อีก

วิธีเข้า Skirmish

        ให้กดเมนูด้านบน Game Menu แล้วเลือกหัวข้อ Field และประเภททั่วไป ลองเช็คแผนที่ต่างๆ ดู ถ้าเห็นวงเล็บด้านหลังว่า TBS แสดงว่าแผนที่นั้นมีดันเจี้ยนแบบ Skirmish อยู่ ซึ่งทางเข้าก็จะอยู่ในดันเจี้ยนนั้นๆ ส่วนวิธีเล่นก็ไม่ซับซ้อนนัก เพียงแค่เดินเข้าไปชนมอนสเตอร์ก็จะตัดเข้าการต่อสู้แบบ TBS ทันที        

แผนที่แบบ Skirmish ที่เพิ่มเข้ามาใหม่

แผนที่ Skirmish ที่แนะนำ

        มีตั้งแต่ดันเจี้ยนเลเวล 20 ขึ้นไป แต่เนื่องจากเควสต์มากเพียงพอแล้ว จึงอาจเข้าไปเล่นบ้างเพื่อทำเควสต์บางเควสต์ก็พอ ที่แนะนำเป็นพิเศษ คือ ช่วงที่วนเควสต์หลายๆ รอบ ตั้งแต่เลเวล 98 ขึ้นไป โดยจะมี NPC เควสต์ที่เกี่ยวข้องกับดันเจี้ยนนั้นให้ทำด้วย

        ปัจจุบัน ยังไม่มีแผนที่ Van Gogh's Home Town ใน Van Gogh Gallery และ Robber's Hideout ใน Grand Canyon ต้องรอแพตช์เลเวล 140

แนวทางลุย Skirmish

        Skirmish แต่ละดันเจี้ยนจะไม่ต่างกันนัก คือ เริ่มต้นด้วยศัตรูที่อยู่ห่างจากเราพอประมาณ และมีจำนวนประมาณ 5 ตัวต่อ 1 ชุด อาจจะสุ่มเจอมินิบอสบ้างเป็นบางครั้งในด้านการจัดทีม ควรมีตัวประชิดไว้ดันศัตรูด้านหน้า, ตัวยิงไกลไว้เคลียร์ทาง ส่วนพวกสายเวทย์เน้นสนับสนุนเป็นหลัก ส่วนตัวละครที่ใช้ แนะนำให้มีตัวฟื้นพลังอย่างน้อย 1 ตัว และพก Scroll ชุบกับฟื้นพลังไว้ในยามฉุกเฉินด้วย ที่สำคัญ ควรมี Shaman หรือ Oracle ในทีม (อัพสกิลประเภท Will เต็ม) ในทีมก็เน้นตัวยิงไกลแบบธนู, ปืนหรือปืนใหญ่ จะผ่านได้เร็วยิ่งขึ้น

Turn 1 : กดผ่านเทิร์นทันที
ไม่มีความจำเป็นต้องวิ่งไปหาครับ รอศัตรูบุกเข้ามา รออยู่กับที่ก่อน อาจจะมีศัตรูบางตัวยิงเราในแถวหน้าได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะไม่อันตรายนัก และควรรีบกดผ่านเทิร์นให้เร็วที่สุด เพื่อลดโอกาสที่กำลังเสริมศัตรูจะเข้ามาตั้งแต่เทิร์นแรก ซึ่งถ้ามาเพิ่มตั้งแต่แรก จะเสียเวลากว่าเดิม

รอให้ศัตรูบุกเข้ามา

Turn 2 : รุกเข้าไปโจมตี
ให้สายประชิดสกัดทางบุกของศัตรูไว้ และถ้าวิ่งถึงสายยิงไกลหรือสายเวทย์ฝ่ายตรงข้าม ให้วิ่งไปกำจัดโดยเร็ว ส่วนสายโจมตีไกลพยายามอยู่ใกล้กับจุดเริ่มต้น แล้วกำจัดศัตรูที่อยู่ในระยะโจมตีโดยเร็ว กรณีมี Janissary ให้เตรียมใช้ Shooting Stance ไว้ สายเวทย์พยายามรักษาระยะห่างไว้สักหน่อย ระวังหน่วยโจมตีไกลของศัตรูด้วย
เทิร์นสองกำลังเสริมศัตรูอาจจะเข้ามาบ้าง แต่ยังมาไม่ถึงฝั่งเรา

เข้าไปลดจำนวนศัตรูกลุ่มแรก แล้วรอพวกบัฟในเทิร์น 3

Turn 3 : บัฟเพิ่มพลังโจมตี
ส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นผลในช่วงนี้ โดยเฉพาะ Seth’s Will ให้ตัวโจมตีไกลที่เล่นงานศัตรูได้อย่างหนัก จะช่วยปราบศัตรูได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งถ้าคนที่เลี้ยง Druid จะใช้ Beast’s Soul บัฟในรูปแบบกากบาท ช่วยได้มากเช่นกัน

        ผลของบัฟเพิ่มพลังโจมตี ควรทำให้เราปราบศัตรูในชุดแรกได้หมดในเทิร์น 3–4 ที่เหลือก็รอรับมือกับกำลังเสริมศัตรู ถ้าเรารักษาระยะห่างดีพอ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะฝ่ายเราได้บัฟเพิ่มพลังโจมตีแล้ว น่าจะกวาดล้างศัตรูที่เพิ่มเข้ามาได้อย่างรวดเร็ว        

หลังได้บัฟ จะเก็บกวาดศัตรูอย่างง่ายดาย        

        ถ้าพอลุยเดี่ยวไหว แนะนำให้ลุยเดี่ยวนะครับ เพราะจะได้รับผลตอบแทนสูงมาก โดยเฉพาะเมื่อสู้กับกำลังเสริมของศัตรูด้วย และส่วนใหญ่จะสามารถจบได้เร็ว แต่กรณีอัพเกรดไม่มากพอ ก็แนะนำให้หาปาร์ตี้ช่วยจะดีกว่า ค่าประสบการณ์จะได้รับทุกตัวละครในทีมเฉลี่ยเท่าๆ กัน ไม่ค่อยต่างจากการทำเควสต์มากนัก เพียงแต่ถ้ามีตัวละครเลเวลน้อยกว่าตัวอื่น อาจจะได้รับค่าประสบกาณ์ลดลงบ้าง

by AIR

ติดตามข่าวจาก Online Station ได้ที่

 

เพิ่มเพื่อน