Close

แบบนี้ต้องลอง!! Nvidia พาทัวร์ 3 ร้านเน็ตค่าเฟ่ยุค 4.0 ล้ำหน้ากว่าใคร สเปกแรงสะใจเกมเมอร์

ได้เวลาหรือยังที่เราจะเปลี่ยนจากการเล่นเกมในร้านเน็ตแบบเดิมๆ สู่ร้านเน็ตอันล้ำหน้าและทันสมัยซึ่ง
ทางทีมงาน Nvidia Thailand ได้พาเราไปชม Internet Café ระดับ 4.0 ที่เปิดให้บริการแล้วใน
ประเทศไทย ซึ่งได้รับการการันตีว่าเป็นร้านที่มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพ รวมถึงคอนเซปต์ที่ไม่เหมือนใคร
ที่จะทำให้เกมเมอร์ต้องไม่พลาดที่จะเข้าไปลองเล่นกันอย่างแน่นอน!

ต้องบอกว่ายุคนี้เป็นยุคที่ค่อนข้างเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็วและว่องไวกันมากๆ หากถ้าลองย้อนไปสัก20ปี
ก่อนInternet Café หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “ร้านเน็ต” ในช่วงนั้นราคาค่อนข้างเอาเรื่องครับ เพราะทุนต่อเครื่อง
ราคาค่อนข้างสูง ตอนนั้นผมเคยไปเข้าใช้บริการชั่วโมงละ 30 บาท! ซึ่งมีให้ใช้งานเฉพาะการทำงานทั่วไป
หรืออินเตอร์เน็ต และ Social Messenger อย่างเช่น QQ, Pirch หรือ MSN Messenger เท่านั้นครับ ซึ่งถือว่า
ค่อนข้างแพงมากอยู่เหมือนกัน


หลังจากในช่วงที่กราฟิกการ์ดและเหล่าบรรดาเกมเริ่มเป็นที่แพร่หลาย รวมถึงสื่อต่างๆ ที่เริ่มมีบทบาทบน
อินเตอร์เน็ต “ร้านเน็ต” จึงกลายเป็นเป็นที่สิงสถิตของเหล่านักเล่นเกม, นั่งดูหนัง, ฟังเพลง, เล่นโซเชียล
ทั้งหลายแหล่ เป็นที่พบปะสังสรรค์ของเพื่อนๆ ทั้งวัยมัธยม จนกระทั่งมหาลัย เป็นช่วงยุคเริ่มต้นใหม่ของ
ความรุ่งเรือง ใครเปิดร้านเน็ตใกล้มหาลัย รับรองว่าคุณจะได้ลูกค้าที่มาพร้อมกับเพื่อนฝูงเป็นกลุ่มเข้าไปเล่น
ร้านเดียวกันเป็นแถบๆ สมัยนั้นร้านไหนเครื่องมาแรง เน็ตแรง ร้านนั้นการันตีคนเข้าเยอะแน่นอน ทุกวันนี้
ร้านอินเตอร์เน็ตถามว่าจะลดลงไหม? ผมก็ยังคงตอบเหมือนเดิมว่ายังคงเดิมครับ แต่ถ้าจะถามว่าโตขึ้นไหม
อันนี้คงบอกได้ยาก เพราะในปัจจุบัน นอกจากสเปกแรง และเน็ตแรงอย่างเดียวคงอยู่ไม่ได้ เพราะสิ่งที่
ร้านเน็ตเป็นมา และเป็นอยู่ในปัจจุบันกับร้านทั่วไปที่เราเห็นชินตาจะเป็นแบบนี้....

ร้านอินเตอร์เน็ตที่เต็มไปด้วยเครื่องที่พร้อมให้บริการ มีเก้าอี้ปรับเอนได้ พร้อมหูฟังและเว็บแคม
ร้านปกติมีพัดลมให้ แต่ร้านไหนดีอีกหน่อยก็มีแอร์แต่สิ่งที่จะเจอแบบเดียวกันคือความแออัดที่เห็นได้
ในร้านเกือบจะทุกร้านเวลาผู้เข้ามาใช้บริการเต็ม ประกอบกับอีกอย่างคือการที่สินค้าไอทีปรับราคา
ลงมามากพอสมควรกับการมาของสมาร์ทโฟนที่ทำให้โน้ตบุ๊กหรือพีซีสักเครื่องมีราคาค่อนข้างถูก
ผู้คนเลยหลักเลี่ยงที่จะมีเครื่องส่วนตัวแทนร้านอินเตอร์เน็ต ดังนั้นร้านอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันส่วนมาก
จะเป็นกลุ่มเด็กที่เข้ามาเล่นเกมส์เป็นหลัก ภาพที่ผู้ใหญ่มองว่าร้านอินเตอร์เน็ตกลับกลายเป็นแหล่งส่องสุม
ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วร้านอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันเป็นแหล่งที่เปิดโอกาสให้คนมาผ่อนคลาย, พบปะและเล่นเกม
กับเพื่อนฝูง รวมถึงการฝึกซ้อมการแข่งขัน e-Sports นั้นมันดูไม่ค่อยโอเคสำหรับสายตาผมเสียเท่าไหร่
ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่พอจะช่วยให้ผู้ใหญ่มองภาพลักษณ์ของร้านอินเตอร์เน็ตเสียใหม่ คืออย่างน้อยก็ต้องมีการ
ปรับแต่งร้านใหม่กันบ้างล่ะ

สำหรับทาง Nvidia เองถือว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับประเทศไทยที่จะให้ทางเหล่าผู้บริหารร้านอินเตอร์เน็ตได้อัพเกรดหรือปรับแต่งเครื่องให้แรงและมีประสิทธิภาพที่ตอบโจทย์เหล่าบรรดาเกมเมอร์ในปัจจุบัน เพราะอย่างที่รู้ เกมในตอนนี้ไม่ใช่เพียงแค่เกมออนไลน์ที่ใช้กราฟิกน้อยๆ อีกต่อไป แต่ยังต้องรองรับในส่วนของเกมที่อยู่ใน Steam หรือแม้กระทั่งเกมออนไลน์กราฟิกสูงหลายเกม เท่านั้นยังไม่พอ ในส่วนของบรรยากาศภายในร้านเองก็ต้องดีขึ้นด้วย ซึ่งเหล่าบรรดาเจ้าของร้านหรือผู้บริหารทั้ง 3 ร้านจึงได้สร้างร้านอินเตอร์เน็ตยุคใหม่สู่ประเทศไทย ที่มีความโดดเด่นและไม่เหมือนใครขึ้นมาครับ ทั้งนี้ก็ยังพาทีมงานทัวร์ทั้ง 3 ร้านที่น่าสนใจนี้ จะมีร้านไหนบ้าง มาชมกันครับ

GLP: GSPEED LIVING PLUS ยกระดับ Internet Café ให้เป็นมากกว่าร้านเน็ต

ร้านแรกที่เราไปคือ GSPEED LIVING PLUS หรือสั้นๆ ว่า GLP ตั้งอยู่ที่ซอยรามคำแหง 53
โดยมีผู้บริหารคือ คุณเกรียงศักดิ์ กาศกระโทก หรือ “พี่แก้ว” เจ้าของร้าน Gspeed Living Plus(GLP)
พี่แก้วบอกกับเราว่า สิ่งที่พี่แก้วทำกับร้านนี้คือการปรับเปลี่ยนร้านใหม่ทั้งหมดแบบยกเซ็ต นั่นคือการสร้าง
ร้านอินเตอร์เน็ตที่มีเครื่องให้บริการมากถึง 100 เครื่อง โดยที่มีการจัดสรรพื้นที่หรือการทำโซนนิ่งเอาไว้อย่า
งลงตัว โดยมีพื้นที่กว้างขวาง ไม่แออัด เหมือนร้านที่มีเครื่องขนาดใหญ่ทั่วไป ซึ่งทาง Nvidia ได้ติดตั้งป้าย
รับรอง Nvidia GeForce GTX iCAFE Gold

มุมแรกคือมุมของผู้เข้าใช้เล่นเกมทั่วไปที่มีเก้าอี้สำหรับเล่นเกมพร้อมอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์เอาไว้ให้ครบสรรพ
มุมถัดมาจะเป็นการจัดโซนละ 5 เครื่องจำนวน 4 แถว สำหรับให้เหล่านักกีฬา eSports ได้เข้ามาฝึกซ้อม
หรืออาจจะให้เกมเมอร์ที่นัดเพื่อนๆ มาแข่งกันแบบทีมได้ ถัดมาเป็นมุมของเหล่าสตรีมเมอร์ ต้องการใช้เสียง
และความเงียบจากภายในร้านโดยไม่ถูกรบกวน และมุมสุดท้ายที่ผมชอบมากนั่นคือมุมโซฟาขนาดใหญ่
ที่ผมมักเห็นผู้ใหญ่มานั่งเล่นอินเตอร์เน็ตธรรมดา หรือเหล่าสาวๆ มาดูหนังหรือละครแบบออนไลน์ ที่สามารถ
นั่งหรือนอนดูหนังได้อย่างสบายๆ

ความโดดเด่นของในทุกๆ โซนนั้นคือมีซีพียู XEON แรงๆ มาพร้อมกับกราฟิคการ์ด Nvidia GeForce GTX1060 6GB ให้บริการทั้งร้าน และหน้าจอ 32” แบบ 144Hz ทั้งร้านเช่นกัน โดยคอมพิวเตอร์จะถูกฝังไว้อยู่ภายในโต๊ะ ทำให้ไม่เกะกะ หรือมีสายรกรุงรังออกมา น่าใช้งานเป็นอย่างมาก ระบบที่ให้บริการเองก็ทันสมัย มีระบบสมาชิกเข้าใช้งาน รวมถึงการสั่งซื้อสินค้าประเภทเกมมิ่งเกียร์ หรือคอมประกอบยังได้อีกด้วย

ทางด้านตรงกลางร้าน พี่แก้วได้สละพื้นที่ส่วนนี้เป็นบาร์ ให้บริการด้านอาหารและเครื่องดื่มแบบเสร็จสรรพ
อะไรที่เกมเมอร์ต้องกินต้องดื่ม ในร้านนี้มีให้บริการเอาไว้ทั้งหมดเลยครับ แต่ไม่ต้องเดินมาสั่งนะ เพราะใช้
โปรแกรมที่โต๊ะสามารถสั่งอาหารแล้วนั่งเล่นที่โต๊ะน่ะแหละ เดี๋ยวพนักงานเดินไปเสริฟให้ถึงที่กันไปเลย
เล่นเกมกันแบบไม่ต้องขาดตอนด้วย

นอกจากในด้านของการให้บริการทั้งเกมและอินเตอร์เน็ตแล้ว พี่แก้วยังบอกกับเราอีกว่าทางร้านยังได้รับ
การติดต่อทั้งจากค่ายเกมหรือฮาร์ดแวร์มาใช้พื้นที่ในการจัดงานหรือการแข่งขันเกมอยู่แทบเป็นประจำ
ผู้ที่เข้ามาใช้บริการเองก็ได้ผลพลอยได้จากการจัดงานนั้นไปด้วย สำหรับผู้ที่เข้ามาใช้บริการในช่วงแรกๆ
ยังไม่มาก เพราะด้วยความที่ร้านดูดีมากจนบางคนคิดว่าต้องแพงแน่ๆ แต่ทางร้าน GLP แห่งนี้ให้บริการเพียง
ชั่วโมงละ 25 บาทเท่านั้นเอง ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ไม่แพง พอเมื่อลูกค้าเริ่มบอกกันเรื่อยๆ ก็ทยอยเข้ามาในร้าน
กันมากขึ้น มีทั้งนักศึกษาในย่านนั้นรวมถึงนักเรียนต่างประเทศเองก็เข้ามาใช้บริการ เนื่องจากร้านมีความสวย-
งาม กว้างขวาง และดูมีคุณภาพ จึงทำให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการเองก็เป็นผู้ใช้บริการเช่นดีด้วยเช่นกัน

พี่แก้วยังบอกอีกว่านี่เป็นร้านที่เป็นต้นแบบในการปรับเปลี่ยนสิ่งที่ผู้ใหญ่ชอบมองเสมอว่าร้านเน็ตเป็น
แหล่งมั่วสุมของเยาวชน  และมอมเมาด้วยการขยายจำนวนเกมที่ให้บริการ ทำให้ภาพลักษณ์ของร้านเน็ต
ดีขึ้นมากกว่าเดิม โดยลูกค้าของร้านพี่แก้วเองก็มีผู้ใหญ่เข้ามาเป็นสัดส่วนเกือบ 1 ใน 3 ของร้านเลยทีเดียว
ทั้งนี้พี่แก้วยังขยายร้านไปยังสาขาใกล้เคียง และต่างจังหวัดเช่นสาขาพัทยา ซึ่งเปิดให้บริการมาพักนึงแล้ว
ซึ่งได้รับการตอบรับจากชาวต่างชาติเป็นอย่างดีมาก ซึ่งนี่คือสิ่งที่พี่แก้วสร้างและอยากทำให้ภาพลักษณ์ของ
ร้านเน็ตดีขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง


Mineski Infinity ร้านเน็ตเกมเมอร์สายจริงจังจากทีมนักกีฬา eSports ชั้นนำ

ร้านถัดมาอยู่ที่บริเวณของ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2 ย่านบางนา โดยมีพี่ป้อง คุณกิจพัฒน์ จุลเจือวงศ์
เจ้าของร้าน Mineski Infinity Thailand มาต้อนรับเราอยู่แล้ว สำหรับในร้านที่ 2 นี้เมื่อเข้ามาในร้านจะ
สังเกตุว่าแตกต่างจากร้านแรกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะชื่อของร้านเองก็มาจากทีมนักกีฬา eSports ชั้นนำที่
สายเกมเมอร์จริงจังจะต้องรู้จักกันเป็นที่แน่แท้ มีกลิ่นกอายของการแข่งขันได้อย่างชัดเจน ซึ่งผมจะขอพุ่ง
ไปที่โซนการแข่งขันก่อนเลย เพราะโซนนี้ออกแบบมาสำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะ ซึ่งบอกได้เลยว่ายัง
ไม่มีร้านไหนทำอย่างแน่นอน และเป็นร้านแรกที่ออกแบบมาแบบนี้ครับ

อย่างที่เราเห็นกันในการแข่งขันระดับโลกโซนของนักแข่งจะแบ่งทีมและทำเป็นห้องกระจกเพื่อเก็บเสียง
เพื่อป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก ร้านนี้ก็ออกแบบโซนแข่งขันแบบเดียวกับที่ใช้กับหลายเวทีมาเช่นกัน
คือแบ่งเป็นห้องกระจกทั้งสองห้องเลยครับ ซึ่งสเปกภายในห้องแข่งจะสูงกว่าตัวอื่นตรงที่ใช้กราฟิกการ์ดเป็น
Nvidia GeForce GTX1070 ส่วนในเครื่องที่ให้บริการในพื้นที่นอกโซนแข่งที่แบ่งเป็น 2 โซนคือโซนทั่วไปกับ
โซนแบบ VIP ครับ โดยที่จะต่างกันเล็กน้อยตรงเก้าอี้ของโซน VIP จะได้เก้าอี้ที่สบายกว่าถึงกับนอนหลับมือ
จับเมาส์คาเอาไว้ยังได้เลยละครับ ทั้งหมดให้บริการจำนวน 100 เครื่อง และแน่นอนว่าได้รับเครื่องหมาย
Nvidia GeForce GTX iCAFE Gold เช่นกัน

การให้บริการของที่นี่ค่อนข้างเน้นสำหรับขาประจำอยู่ระดับนึงเลยล่ะครับ เนื่องจากมีการออกบัตรสมาชิก
ทั่วไป ราคา 50 บาท ฟรี 2 ชั่วโมง และสมาชิกระดับVIP ราคา 100 บาทเล่นฟรี 2 ชั่วโมงเช่นกันและมีเงิน
ไว้ให้ในบัตรสมาชิก 30 บาท ซึ่งบัตรสมาชิกใช้เติมเงินได้ และเมื่อเข้าใช้ก็แค่ติ๊ดบัตรหน้าเค้าเตอร์แล้วเลือก
เครื่องเองได้เลย ด้านค่าบริการ ถ้าหากเป็นผู้ใช้งานทั่วไปก็มีค่าบริการชั่วโมงละ 20 บาท สำหรับสมาชิกทั่วไป
15 บาท และสมาชิก VIP ราคา 20 บาท พร้อมทั้งมีโปรโมชั่นทุกวันให้เลือกบริการด้วย ทั้งนี้เมื่อใช้บริการบ่อยๆ
จะมีแต้มสะสมที่สามารถเอาไปแลกของจากทางร้านได้เช่น เครื่องดื่มหรือแม้กระทั่งอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์จากทางร้านกันไปฟรีๆ

นอกจากในเรื่องของคอนเซปต์ร้านที่ออกแนวสาย eSports และค่าบริการที่ดีแล้ว ยังมีแคมเปญดีๆ
อย่างเช่นทางร้านเองก็เข้าร่วมเป็น Blizzard Café ที่สามารถเล่น Overwatch โดยไม่ต้องซื้อคีย์
แค่สมัครไอดีก็เล่นที่ร้านได้เลย รวมถึงสิทธิพิเศษจากทาง Blizzard ตรงเลยล่ะ เท่านี้ยังไม่พอครับ
ทางร้านเองก็ออกแคมเปญสำหรับเกม PUBG หรือ Playerunknown’s Battlegrounds โดยเล่นใน
แบบได้ก็ได้ แต่ถ้าหากผู้ที่เข้ามาเล่นภายในร้าน “ฉนะ” (หรือชนะ นั่นแหละครับ ในเกมใช้ภาษาผิด)
ก็จะได้รับคูปองเล่นฟรี จำนวน 2 ชั่วโมงไปเลย แค่เดินไปบอกพนักงานหน้าร้านแล้วแสดงจอให้ดูเท่านั้นเอง

พี่ป้องยังบอกกับเราอีกว่าสำหรับทาง Mineski แล้วไม่ใช่แค่ให้บริการเกมอย่างเดียว แต่ยังจะเป็น
หน้าด่านในการค้นหา eSports หน้าใหม่หรือสร้างใหม่จากที่ร้านนี้ได้ด้วย เพราะทางร้านเองยังมีการ
จัดการแข่งขันรวมกับเกมต่างๆ หรือจากการจัดแข่งขันเองภายในร้าน ซึ่งอาจจะมีสิทธิในการเข้าไป
แข่งขันในการแข่งขันระดับใหญ่ขึ้นด้วย โดยในปัจจุบันทางรัฐฯเองก็สนับสนุนแล้ว ดังนั้นจึงไม่แปลก
ที่ทางร้านเองก็จะเฟ้นหาเหล่านักกีฬามือดีได้จากที่นี่เช่นกัน ดังนั้นสำหรับเกมเมอร์สายเข้มที่อยากลองก็เชิญที่ร้านนี้ได้เลยครับ

Mine Café ร้านเน็ตที่แรงแบบสุดขั้ว ร้านในฝันจากใจผู้ชายขายคอมพ์!!

“พี่เคยคิดอยู่นะเมื่อก่อนว่าพี่อยากจะเปิดร้านอินเตอร์เน็ตตอนที่พี่เปิดกิจการขายคอมพิวเตอร์
อยากจะมีร้านเน็ตที่มันมีสเปกแรงๆ แบบที่เล่นได้ทุกเกม วันนี้พี่มีร้านนี้ออกมาเรียบร้อยสมใจละ”
นี่คือสิ่งที่ออกมาจากปากของพี่จิ๊บ คุณสมยศ เชาวลิต เจ้าของร้าน Mine Cafe ผู้ซึ่งที่เรารู้จักกันดี
เพราะเป็น CEO ของ JIB Computer Group ซึ่งการมาในครั้งนี้ พี่จิ๊บบอกว่าเป็นสิ่งที่พี่จิ๊บอยากจะมี
ร้านเน็ตเอาไว้เปิดให้บริการมาตั้งนานแล้ว จนในที่สุดก็ได้มาทำตอนนี้น่ะแหละ!!

“Mine” ชื่อนี้สำหรับร้านขายคอมพ์ โดยเฉพาะย่านเซ็นทรัลพลาซ่าพระราม 2 จะเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี
เพราะมันเป็นร้านในระดับ Hi-End ของทาง JIB Computer ซึ่งเน้นขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และเกมมิ่ง-
เกียร์สำหรับผู้เน้นเล่นเกมที่ใช้สเปกสูงโดยเฉพาะ ด้วยความที่พี่จิ๊บเองอยากเปิดร้านเน็ตขึ้นมา ก็เลยใช้
ชื่อว่า Mine Café ครับโดยมีการใช้คอนเซปต์และโทนสีของร้านเช่นเดียวกับร้าน Mine นั่นเอง

Mine Café สาขานี้ตั้งอยู่ด้านหลังของมหาวิทยาลัยรังสิต ภายในร้านแบ่งโซนเป็น 4 ส่วนครับ ส่วนแรกคือที่คนใช้บริการมากที่สุดคือโซนเครื่องใช้บริการนั่นเอง แค่เห็นก็ร้องว้าวแล้ว เพราะสเปกจัดมาแบบเต็มเหนี่ยวด้วย Intel Core i7 มาพร้อมกับ RAM 32GB และที่สำคัญคือใช้กราฟิกการ์ดตัวท็อปอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1080 ซึ่งเรียกได้ว่ายังไม่มีร้านไหนกล้าลงทุนกับสเปกนี้ทั้ง 100 เครื่องแน่นอน โดยที่ในโซนที่สองคือโซนแข่งเป็นการอัพเกรหน้าจอจาก 32” เป็น 34” ของ Acer Predator Series พร้อมกับการยั่วน้ำลายเกมเมอร์ชัดๆ เพราะโซนแข่งนั้นใช้เครื่องประกอบที่เป็นชุดน้ำโชว์อยู่ด้านหน้าอย่างสวยงามเลยล่ะครับ ด้วยความที่ร้านนี้อัดสเปกที่สูงมากจึงกลายเป็นร้านที่ได้รับรอง Nvidia GeForce GTX iCAFE Platinum เลยล่ะครับ

ขึ้นชื่อว่า Mine Café เองอาหารมีให้พร้อมสรรพ ทั้งขนม หรือเค้กที่ทำสดๆ วันต่อวัน หรืออาหารเป็นมื้อใหญ่ๆ ก็มี หรือเครื่องดื่มเอาไว้ครบครันแทบไม่ต้องไปไหนให้ไกล ให้สมกับเป็น Café ส่วน Mine ก็ทำหน้าที่ของมันเองในโซนขายของครับ เป็นมุมขายขนาดย่อมๆ ที่สามารถประกอบเครื่องได้ในทันที จะซื้อเกมมิ่งเกียร์กลับบ้านด้วยก็ได้ โน้ตบุ๊กเกมมิ่งก็มี จะสั่งออนไลน์แล้วให้มาส่งที่สาขานี้ก็ได้

พี่จิ๊บบอกกับเราว่าการเล่นเกมถ้าจะเล่นทั้งทีก็เอาสเปกให้มันแรงแบบสุดๆ ไปเลย ไม่ต้องมานั่งกังวลว่ามันจะเล่นได้ไหม จะลื่นไหม ปรับสุดแล้วจะกระตุกไหม เพราะตั้งใจอยากให้เล่นได้ทุกเกมที่มีอยู่ในตอนนี้กันแบบลื่นไหลและได้ความละเอียดสูงกันไปเลย ในเรื่องของค่าบริการที่นี่ก็ค่อนข้างสูงกว่ารายอื่นคือค่าบริการชั่วโมงละ 40 บาท แต่จะสังเกตเห็นได้ว่าภายในร้านที่ไปในวันนั้นมีผู้ใช้บริการเต็มร้าน ซึ่งเต็มแบบนี้แทบทุกวัน เนื่องจากว่าเค้าเองก็หาเครื่องระดับนี้เล่นไม่ได้จากที่ไหน เพราะเครื่องประกอบต่อตัวเกือบๆ 1 แสนบาท ในช่วงนั้น จึงทำให้สเปกของที่ร้านนี้เรียกได้ว่าแรงที่สุดของประเทศเลยก็ได้ ทั้งนี้นอกจากการเล่นเกมแล้ว ก็อยากให้ Mine Café เป็นเพื่อนที่ช่วยคอยดูแลหรือปรึกษาและนำมาส่งซ่อมเมื่อเครื่องของเหล่าเกมเมอร์เองมีปัญหา หรือแนะนำสเปกพร้อมจัดสเปกให้ได้ตามต้องการ ซึ่งแน่นอนว่าสมใจกับที่ตั้งใจไว้แล้ว

Mine Café ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 2 สาขาคือ สาขานี้และสาขา ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งในอนาคตทางพี่จิ๊บเองก็วางแผนที่จะรุกเข้าภายในตัวเมืองหรือมหาลัยใหญ่ๆ เพิ่มขึ้น เพื่อนำความแรงสู่สังคมเกมเมอร์ร้านเน็ตให้ทั่วถึงนั่นเองครับ

และนี่คือ 3 ร้านเน็ตค่าเฟ่ลำหน้าแบบสุดขั้วทั้ง 3 ร้าน โดยทั้ง 3 ร้านนี้เข้าร่วมกับทาง Nvidia ในโปรแกรม Nvidia GeForce GTX iCAFE โดยที่ร้านเน็ตสามารถติดต่อและเข้าร่วมได้กับทาง Nvidia ซึ่งมีการกำหนดมาตรฐานและคุณลักษณะของทางร้านเอาไว้แล้ว ว่าต้องมีความสะอาด มีการจัดสรรแบ่งพื้นที่การใช้งานได้ดี และมีกราฟิกแรงๆ ตั้งแต่ระดับ Nvidia GeForce GTX1050 ขึ้นไป ที่ใช้งานภายในร้าน ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้ที่นี่ครับ ทั้งนี้นอกจากการได้ป้ายติดการันตีความแรงและคุณภาพแล้ว ยังได้สิทธิประโยชน์จากทาง Nvidia อีกด้วย ซึ่งทั้งนี้ทาง Nvidia เองก็นำสิ่งดีๆ มาให้กับทางร้านและโดยเฉพาะกับเกมเมอร์ร้านเน็ตด้วยนั่นเอง ใครที่อยู่ใกล้เคียงทั้ง 3 ร้านนี้สามารถเข้าไปลองได้แล้ววันนี้ครับ

ข่าวประชาสัมพันธ์จากค่ายเกม

ติดตามข่าวจาก Online Station ได้ที่

 

เพิ่มเพื่อน