Close

รู้จักกับ 5 เกมดังที่โดนเปลี่ยนชื่อจนเพี้ยนเมื่อต้องวางขายในต่างแดน

นับตั้งแต่วงการวิดีโอเกมถือกำเนิดขึ้นมา ก็มีเรื่องแปลกๆ ชวนหัวเกิดขึ้นมานับไม่ถ้วนครับ และหลายๆ เรื่องก็ไม่อาจหาสาเหตุได้ว่าสิ่งที่นักพัฒนาหรือเกมเมอร์ทำลงไปนั้นเขาทำไปเพื่ออะไร แต่ก็จะมีประเด็นบางอย่างที่เกิดขึ้นมาโดยมีสาเหตุอันมาจากวัฒนธรรมหรือพื้นเพการรับรู้ของผู้คนที่ต่างถิ่นกัน และก็มีอยู่หลายเกมที่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อเป็นอย่างอื่นด้วยเหตุผลที่กล่าวไป รอบนี้ทีมงาน OS เลยจะพาเพื่อนๆ มารู้จัก 5 เกมดังที่ต้องถูกเปลี่ยนชื่อจนแทบไม่เหลือเค้าที่เกี่ยวโยงถึงชื่อเดิมเลย แต่จะมีเกมอะไรบ้างนั้น มาชมกันโลด!

---------------------------------

1. Bully

ผู้พัฒนา: Rockstar
แพลตฟอร์ม: PS2, Wii, Xbox 360, PC, iOS, Android

Bully นั้นเป็นเกมที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตเด็กไฮสคูลในโรงเรียนที่มีปัญหาการกลั่นแกล้งและทะเลาะวิวาทให้เห็นกันประจำ อีกทั้ง เจมส์ ฮอปกินส์ หรือ "จิมมี่" ตัวเอกของเกมก็เป็นเด็กสุดเหลือขอที่ต้องทำเควสต์และภารกิจต่างๆ ในโรงเรียนที่ตนเองเพิ่งย้ายมาอยู่แห่งนี้ เพื่อก้าวสู่การเป็นหัวโจกที่นักเรียนคนอื่นๆ ต้องยอมศิโรราบให้ได้ ทว่าเกมนี้ดันเกิดมีปัญหาตอนจะนำไปวางขายในกลุ่มประเทศสหราชอาณาจักร (UK) ครับ เนื่องจากทางภูมิภาคนั้นมองว่าตัวเกมมีเนื้อหาที่รุนแรง แถมยังนำเสนอเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงในโรงเรียนด้วย ด้วยเหตุนี้ Rockstar เลยจำต้องเปลี่ยนชื่อเกมมาเป็น Canis Canem Edit พร้อมกับปรับเรตของเกมจาก 18+ มาเป็น 16+ เพื่อควบคุมการเข้าถึงเกมนี้โดยเยาวชนนั่นเอง

---------------------------------

2. Contra

ผู้พัฒนา: Konami
แพลตฟอร์ม: Famicom

เกมแอ็กชั่นเดินยิงสุดคลาสสิคอย่าง Contra ก็อยู่ในลิสต์กับเขาด้วยครับ โดย Contra นั้นเป็นชื่อที่ใช้สำหรับวางขายในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกามาเนิ่นนาน ทว่าในทวีปยุโรปจะค่อนข้างอ่อนไหวกว่าเพื่อนสักหน่อย ด้วยการเปลี่ยนชื่อของเกม Contra เวอร์ชั่นตู้อาเขตหยอดเหรียญเป็น Gryzor ส่วนเวอร์ชั่นเครื่อง Famicom ก็เปลี่ยนเป็น Probotector ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครหาสาเหตุได้ว่าเพราะอะไรทำไมถึงต้องเปลี่ยน ทั้งนี้ก็มีทฤษฎีนึงที่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะเป็นเพราะต้องการเลี่ยงการอ้างอิงถึงเหตุการณ์ Iran-Contra Affair ที่เป็นเรื่องอื้อฉาวในช่วงปลายยุค 80 ก็เป็นได้

คลิปตัวอย่างเกม Contra

คลิปตัวอย่างเกม Probotector

---------------------------------

3. Resident Evil

ผู้พัฒนา: Capcom
แพลตฟอร์ม: PS1, Sega Saturn, PC

เป็นที่ทราบกันดีว่า Biohazard นั้นมีอีกชื่อก็คือ Resident Evil ที่ใช้ในการวางจำหน่ายนอกประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง แต่การเปลี่ยนชื่อจาก Biohazard มาเป็น Resident Evil ก็มีที่มาจากเหตุผล 3 ประการเช่นกัน อย่างแรกคือ คำว่า Biohazard ดันไปพ้องกับชื่อของวงดนตรีแนวเมทัลจากนิวยอร์คที่ใช้ชื่อเดียวกัน ต่อมาคือ มันเคยมีเกมชื่อ Bio-Hazard Battle ซึ่งเป็นเกมแนวชู้ตติ้งลงให้กับเครื่อง Mega Drive เมื่อปี 1992 มาก่อน และสุดท้ายก็คือ คำว่า Biohazard ได้เคยถูกจดสิทธิบัตรในการใช้ชื่อนี้กับบรรดาแล็บทดลองทางชีววิทยาสากลไปเรียบร้อยแล้ว ทาง Capcom ก็เลยต้องช่วยกันคิดชื่อที่จะนำมาใช้ขายเกมเมอร์ชาวตะวันตก โดยที่ชื่อเกมยังคงสื่อถึงสิ่งต่างๆ ภายในเกมไปด้วย และแล้วก็เลยมาลงเอยที่ชื่อ Resident Evil ที่หมายถึงที่อยู่อาศัยของสิ่งชั่วร้ายในที่สุด

---------------------------------

4. Fatal Frame

ผู้พัฒนา: Tecmo
แพลตฟอร์ม: PS2

เดิมทีก่อนที่จะถูกนำไปขายในตะวันตกแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น Fatal Frame เกมนี้เคยใช้ชื่อสั้นๆ ว่า Zero เฉพาะในญี่ปุ่นมาก่อน และใช้อักษรคันจิที่อ่านว่า "เรย์" มากำกับไว้ โดยคำว่า เรย์ นี้สามารถเขียนเป็นคันจิได้หลายแบบ และ 1 ในนั้นจะเขียนออกมามีความหมายได้ว่า วิญญาณ ซึ่งก็แน่นอนว่าผู้เล่นนอกประเทศญี่ปุ่นก็น่าจะไม่เก็ตการเล่นคำในลักษณะนี้กัน ทาง Tecmo ก็เลยจับเอาคอนเซ็ปต์เกมเพลย์ที่ตัวละครต้องใช้กล้องถ่ายรูปในการปราบผีร้าย เลยกลายมาเป็นชื่อที่ชวนให้นึกถึงการถ่ายภาพในชื่อใหม่ว่า Fatal Frame นี่แหละครับ

---------------------------------

5. Pac-Man

ผู้พัฒนา: Namco
แพลตฟอร์ม:
 Arcade

เดิมทีตอนแรก Namco ได้ใช้ชื่อเกมนี้ในญี่ปุ่นว่า Puck-Man ครับ เนื่องจากตัวละครมันมีรูปร่างเหมือนลูกยางในกีฬาฮอกกี้ อีกทั้งมีการผสมกับคำว่า Paku Paku ที่เป็นการเลียนเสียงคนกำลังเคี้ยวอาหารอยู่ ขณะเดียวกันก็เป็นการกร่อนคำจากคำว่า Kuchi ที่แปลว่า ปาก ด้วย แต่ไปๆ มาๆ ทางสหรัฐอเมริกาได้เกรงว่าเกมเมอร์ในประเทศเขาอาจเผลออ่านตัว P เป็น F ทำให้คำว่า Puck เป็น Fuck ได้ ก็เลยเสนอให้แก้เป็น Pac-Man เหมือนกันทั่วโลก และนับแต่นั้นมา ตู้เกมนี้เลยใช้ชื่อ Pac-Man ยาวจนถึงปัจจุบัน

เครดิต: Kotaku / Gamesradar

ติดตามข่าวจาก Online Station ได้ที่

 

เพิ่มเพื่อน