Close

ค้นหานิยามของคำว่าซอมบี้ชื่อนี้มีที่มาอย่างไร?

    ซอมบี้, วอล์กเกอร์, โรมเมอร์ และอีกมากมายบลาๆ ไม่ว่าคุณจะรู้จักมันในนามว่าอะไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่พวกเราเข้าใจตรงกันก็คือไอ้เจ้าอสูรกายที่มีชื่อมากมาย “กลุ่มนี้” ก็คือศพเน่าเฟะเดินได้ที่ไม่รู้จักเจ็บไม่รู้จักเหนื่อย อีกทั้งยังเป็นอสูรกายบ้าเลือดที่หิวอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย กระนั้นก็ไม่เคยมีสักครั้งที่พวกเราจะคิดรังเกียจพวกมัน เห็นได้ชัดจากการที่ยอดขายเกมแนว Zombie Apocalypse ยังคงขายดีเหมือนเททิ้งอยู่ไม่ว่าคะแนนรีวิวของเกมนั้นๆ จะเข้าขั้นหายนะเพียงใดก็ตาม ยากที่จะบอกว่าเหตุใดกันถึงเป็นเช่นนั้น ทว่าเราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ากองทัพผีดิบเหล่านี้ช่างมีแรงดึงดูดมหาศาลจริงๆ ถึงแม้เราจะรู้จักพวกมันดี แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีคนมากนักที่รู้ถึงที่ไปที่มาของพวกมัน ดังนั้นผมขออาสาพาเพื่อนๆ จะมาทำความรู้จักกับเจ้าผีดิบเหล่านี้กันครับ

นาม “ซอมบี้” นี้ เจ้าได้แต่ใดมา

    นับตั้งแต่มีอายธรรมมนุษย์ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ ผีร้ายและอสูรกายก็คือสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษยชาติของเรามาโดยตลอด และ “ผีดิบ” หรือ “ศพที่มีชีวิต” ก็คือหนึ่งในอสูรกายที่พบเห็นได้ทั่วไปในตำนานเกี่ยวกับผีร้ายหรืออสูรกายของทุกชาติ อย่างในสแกนดิเนเวียนั้นก็จะถูกเรียกว่า “Draugr” อย่างของจีนก็คือ “Jiang Shi” (พวกผีดิบที่ใส่หมวกมียันต์แปะหน้าผากและเคลื่อนที่โดยการกระโดดเหยงๆ นั่นล่ะครับ) หรืออย่างในยุโรปก็คือ “Vampires”

    ถ้าเราไปไล่ค้นสารานุกรมที่เกี่ยวข้องกับอสูรกายจากทั่วโลก เราก็จะพบว่า “ศพที่มีชีวิต” นับได้ว่าเป็นหนึ่งในอสูรกายที่มี Subset แยกย่อยออกไปมากมายนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว โดย “Zonbi” ของชาว Haitian ก็คือหนึ่งใน Subset แยกย่อยเหล่านั้น ซึ่งเจ้า “Zonbi” นี้เองครับก็คือบรรพบุรุษของเหล่า Zombies ของเราในปัจจุบัน

    “The Magic Island” ของ William Seabrook คืองานเขียนชิ้นแรกที่มีการใช้คำว่า “Zombie” ในเล่ม โดยงานเขียนชิ้นนี้ถูกตีพิมพ์ขึ้นในปี ค.ศ. 1929 โดย Seabrook ได้เขียนมันขึ้นโดยได้รับแรงบัดดาลใจมากจากหมอผีของ Haiti หลังจากไปเยี่ยมเยือนที่นั่นในช่วงปลายของทศวรรษที่ 20 ทว่าชื่อ Zombie เพิ่งจะมาเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายเมื่อภาพยนตร์เรื่อง “White Zombie” ที่นำแสดงโดย Bela Lugosi ออกฉาย (เขาก็คือคนแสดงเป็นท่านเคาน์ใน Dracula รุ่นแรกนั่นล่ะครับ) ในปี ค.ศ. 1932 หลังจากนั้น ชื่อ “Zombie” ก็ถูกใช้เรียกขาน “ศพเดินได้” ของเรามาจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้

แล้วคุณทวด Zonbi ของเรานั้นมีจริงหรือไม่?

    ในปี ค.ศ.1982 นักชาติพันธุ์วิทยาชาวแคนาดา ผู้มีนามว่า Wade Davis นั้นได้เดินทางไปยัง Haiti เพื่อพิสูจน์ความจริงเกี่ยวกับกองทัพซากศพที่รู้จักกันดีในนาม Zombie โดยในงานเขียนของเขาสองเล่มที่ชื่อ “The Serpent and The Rainbow” และ “Passage of Darkness: The Ethnobiology of the Haitian Zombie” นั้น Davis กล่าวไว้ว่าจริงๆ แล้ว “Zombie” ไม่ใช่ซากศพมีชีวิตที่ถูกปลุกขึ้นมาโดยมนต์ดำเหมือนที่เราได้รู้กันมาจากในสื่อบันเทิงต่างๆ ทว่าผีดิบเหล่านั้นจริงๆ แล้วก็คือมนุษย์เหมือนเราๆ ท่านๆ ที่ถูกทำให้มีลักษณะเหมือนตายก่อนที่จะถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งและใช้ยากล่อมปราสาทเพื่อควบคุมเพื่อใช้เป็นแรงงานในงานกรรมกรต่างหาก

 จากแรงงานทาสสู่อสูรร้าย

    “Night of The Living Dead” ของ George A. Romero ก็คือภาพยนตร์ที่ส่งผลให้เกิด Modern Zombies หรือ Zombies เวอร์ชั่นบ้าเลือดเช่นที่พวกเราเหล่าเกมเมอร์รู้จักกันขึ้นมา ซึ่ง “Night of The Living Dead” นี้เป็นภาพยนตร์ที่ Romero ได้รับแรงบัดดาลใจมาจากหนังสือที่ชื่อ “I am legend” ของ Richard Matheson อีกทีหนึ่ง (“I am Legend” ที่ว่านี้ก็คือนิยายอันเป็นต้นฉบับของภาพยนตร์เรื่อง “I am legend” ที่ Will Smith เล่นนั่นล่ะครับ)

    ดังที่เรารู้กัน “I am legend” นั้นไม่ใช่ Zombies แต่เป็น Vampires ด้วยเหตุนี้เอง Zombies ของ Romero จึงออกมาในรูปแบบ Hybrid ระหว่าง Zombies และ Vampires และเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ที่เป็นผลให้เกิด Modern Zombies เช่นที่เรารู้จักกันในเวลาต่อมาโดย Modern Zombies หรือก็คือเหล่าซอมบี้ในยุคของเรานี้ “เกือบทั้งหมด” เป็นผลมาจาก “การติดเชื้อ” แทนที่จะเป็นเหตุผลที่อธิบายได้ยากอย่างไสยศาสตร์เช่นผีดิบยุคก่อนๆ

Zombies

Zombies

Zombies 

    ซึ่ง Zombie เหล่านี้จะมักจะถูกเรียกว่า “Infected” หรือ “ผู้ติดเชื้อ” แทนที่จะเรียกว่า “Zombies” กันตรงๆ โดยหนังสือติด Top Seller อย่าง “The Zombie Survival Guide” ของ Max Brooks (คนเดียวกันกับที่เขียน World War Z) และภาพยนตร์เรื่อง “28 Days Later” ที่ออกมาในปีเดียวกัน (2002) ก็คือสื่องานเขียนและภาพยนตร์ชุดแรกที่นำลูกเล่นนี้มาใช้

    หลังจากนั้น ธีมแนว Zombie Apocalypse ก็กลายเป็นหนึ่งในธีมยอดนิยมอันดับต้นๆ นับตั้งแต่นั้นมาด้วยประการฉะนี้แล...

 

เรื่อง: ณัฐพงษ์ วิรุฬหกุล

ที่มา: นิตยสาร Future Gamer

ติดตามข่าวจาก Online Station ได้ที่

 

เพิ่มเพื่อน