Close

รู้จักกับ 5 นักพัฒนาเกมที่เคยทำอาชีพสุดแนวก่อนเข้าสู่วงการ

ภาพลักษณ์ของนักพัฒนาเกมในสายตาเกมเมอร์อย่างเราๆ ก็มักจะมองว่าคนเหล่านี้คงจะจบด้านโปรแกรมเมอร์หรือสาขาที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น ดนตรี กราฟิกดีไซน์ หรืออะไรแนวๆ นี้ใช่มั้ยละครับ แต่เชื่อหรือไม่ครับว่าในบรรดานักพัฒนาเกมที่กระจัดกระจายอยู่ทุกหนแห่งในโลกนี้ ดันมีอยู่บางคนที่เคยประกอบอาชีพที่ไม่น่าจะมาข้องแวะหรือเชื่อมโยงอะไรกับวงการเกมได้เลย ทีมงาน OS เลยขอเสนอบทความที่จะให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกับ 5 นักพัฒนาเกมผู้ที่เคยผ่านงานสุดแนวกันครับ

1. Goichi Suda

ผลงานเด่น: Shadows of the Damned (Writer) / Killer7 (Director) / No More Heroes (Director) / Let it Die (Executive Director)

โกอิจิ สึดะ นักพัฒนาเกมสุดติสท์จากเมืองนางาโน่ ประเทศญี่ปุ่น เขาคนนี้เป็นผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Grasshopper Manufacture ที่ผลิตเกมดังๆ ออกมามากมาย และจากความคร่ำหวอดในวงการเกมก็ทำให้ผู้คนได้ตั้งชื่อเล่นสุดคูลให้กับเขาว่า "Suda51" หรือบ้างก็นิยามเขาว่าเป็น "เควนติน ตารันติโน่ ของวงการเกม" เลยทีเดียว โดยในช่วงวัยรุ่นคุณสึดะแกเคยประกอบอาชีพเป็นสัปเหร่อมาก่อน (แหวกแนวไปมั้ย!?) แล้วจากนั้นจึงเริ่มมีความสนใจในอุตสาหกรรมเกม ก็เลยเข้าทำงานที่บริษัท Human Entertainment (เกมที่คนไทยรู้จักดีที่สุดจากบริษัทนี้ก็คือ Clock Tower)

(ชื่อเล่น Suda51 เป็นการเล่นคำของชื่อ Goichi ครับ โดย Go ในภาษาญี่ปุ่นนั้นแปลว่าเลข 5 ส่วน Ichi ก็แปลว่าเลข 1 ... ดังนั้น Goichi ก็เลยอ่านได้ว่า 51 นี่แหละ)

ความสามารถของคุณสึดะมักเป็นที่เลื่องลือของวงการเกมในด้านงานเขียนพล็อตเรื่องเสียเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งตัวเขาเองชื่นชอบงานเขียนของ ฟรานซ์ คาฟคา (Franz Kafka) มาก ซึ่งคาฟคานั้นมีจุดเด่นเรื่องการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องทางโลกและสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ เลยนำแรงบันดาลใจเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ในเกมที่เขาร่วมพัฒนา จะเห็นได้ว่างานแต่ละชิ้นของพี่แกจะค่อนข้างติดโทนดาร์ค เอกลักษณ์แบบนี้เห็นปุ๊บแล้วรู้ได้ว่านี่คืองานที่แกมีเอี่ยวด้วยนั่นเอง

ดีไม่ดี แกอาจจะมีเอาประสบการณ์การเป็นสัปเหร่อมาใช้ในการทำเกมด้วยนะ (ฮา)

---------------------------------------------------------------------------------------------------

2. Kenji Eno

ผลงานเด่น: D (Director)

สำหรับคนนี้ เกมเมอร์ในไทยน้อยคนที่น่าจะรู้จักเขาครับ โดยคุณเคนจิ เอโนะ คือผู้ที่ก่อตั้งสตูดิโอ WARP ที่พัฒนาเกม D ซึ่งเป็นเกมแนวสยองขวัญสั่นประสาทมาถึง 2 ภาค ลงให้กับเครื่อง PS1, Sega Saturn และ 3DO เมื่อปี 2538 นู่นเลย ทว่าหลังจากที่เกม D2 (ภาค 2) วางจำหน่าย ทางค่ายก็จำต้องเปลี่ยนชื่อเป็น SuperWARP แล้วเปลี่ยนธุรกิจของบริษัทเป็นการจำหน่ายสื่อบันเทิงบนแผ่นดีวีดี, วางระบบเครือข่ายโทรศัพท์, จำหน่ายบุหรี่ ตลอดจนการออกแบบโมเดลธุรกิจโรงแรม กระทั่งทำอยู่ได้ 5 ปี บริษัทก็ต้องปิดตัวลง ส่วนตัวคุณเอโนะเองก็วกกลับมายังวงการเกมอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวค่าย From Yellow to Orange แต่ก็ไม่มีเกมไหนฮิตติดตลาดเหมือนครั้งที่เกม D เคยทำได้อีกเลย

คลิปด้านล่างคือตัวอย่างเกมเพลย์ของ D เวอร์ชั่น PS1 ครับ (ทำใจเรื่องกราฟิกหน่อยนะครับ เพราะเป็นเกมเมื่อ 22 ปีที่แล้ว)

โชคร้ายที่คุณเอโนะต้องจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควรเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา ด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวอันเนื่องมาจากโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งอย่างน้อยวงการเกมในญี่ปุ่นก็ยังคงจดจำเขาในฐานะผู้ที่บุกเบิกเกมแนวสยองขวัญก่อนที่ Resident Evil จะถือกำเนิดตามมาในปี 2539 ครับ

---------------------------------------------------------------------------------------------------

3. Yuji Horii

ผลงานเด่น: Dragon Quest ภาคหลัก (Designer, Writer)

หากจะนึกถึงบุคลากรอันทรงคุณค่าของวงการเกมญี่ปุ่น ย่อมต้องมีคุณยูจิ โฮริอิ ผู้สร้างซีรีส์ Dragon Quest รวมอยู่ในนั้นด้วยแน่นอน โดยคุณโฮริอิถือเป็นกำลังสำคัญของความสำเร็จที่เกม Dragon Quest ได้รับมาตลอด 31 ปี และเขาคนนี้ยังเป็น 1 ในบุคคลผู้เป็นแรงบันดาลใจให้ฮิเดโอะ โคจิม่า ตัดสินใจเดินหน้าเข้าสู่วงการเกมด้วย แต่ก่อนที่คุณโฮริอิจะมาโด่งดังในฐานะผู้สร้าง Dragon Quest นั้น เขาเคยมีอาชีพเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ให้กับหนังสือพิมพ์ เคยวาดการ์ตูนมังงะ เคยเป็นคอลัมนิสต์ให้กับนิตยสารหัวต่างๆ จากนั้นจึงเริ่มไปประกวดแข่งขันพัฒนาเกมในโครงการที่บริษัท Enix (ก่อนจะรวมกับ Squaresoft เป็น Square Enix ในปัจจุบัน) จนสร้างชื่อมาถึงทุกวันนี้

ถ้าถามว่าเกม Dragon Quest นั้นมีอิทธิพลกับคนญี่ปุ่นอย่างไร ต้องบอกเลยว่านับตั้งแต่เกม Dragon Quest IV เป็นต้นมา ทางรัฐบาลญี่ปุ่นถึงกับต้องออกประกาศ "ขอความร่วมมือ" กับทาง Enix และบรรดาร้านค้าทั่วประเทศว่าให้วางจำหน่ายเกมตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนขัตฤกษ์แทน เพื่อป้องกันมิให้คนญี่ปุ่นพากันหยุดงานมาต่อคิวซื้อเกมนี้ ซึ่งจะกระเทือนกับเศรษฐกิจของประเทศเอาได้นั่นเอง

---------------------------------------------------------------------------------------------------

4. Masaya Matsuura

ผลงานเด่น: PaRappa the Rapper (Producer, Designer)

คุณมาซายะ มัตสึอุระ ผู้ก่อตั้งสตูดิโอ NanaOn-Sha ที่พัฒนาเกม PaRappa the Rapper จำนวน 2 ภาค ลงบนเครื่อง PS1, PS2 และ PSP ซึ่งถ้าใครเกิดทันยุคนั้นคงทราบดีว่ามันเป็นเกมแนวจับจังหวะดนตรีเพลงแร็พ ที่มีดีไซน์ตัวละครดูเก๋ไก๋และเป็นเอกลักษณ์ โดยในอดีตคุณมัตสึอุระแกเคยเป็นนักร้อง นักดนตรี ที่เคยตั้งวงเจป๊อปนามว่า Psy-S สังกัดค่าย Sony Music มาก่อน และมีทำเพลงออกมาถึง 10 อัลบั้ม แถมยังมีออกอัลบั้มเดี่ยวอีกถึง 2 อัลบั้มด้วยกัน นอกจากนี้ความสามารถด้านดนตรีเขาก็ไม่เป็นรองใคร พี่แกสามารถเล่นกีตาร์ไฟฟ้า, กีตาร์เบส, คีย์บอร์ด มิหนำซ้ำยังรับหน้าที่เป็นผู้แต่งเพลงและเรียบเรียงเพลงประจำวง Psy-S อีกต่างหาก ส่วนงานดนตรีที่เป็นที่รู้จักที่สุดก่อนจะมาอยู่วงการเกมก็คือการทำเพลงประกอบให้กับอนิเมะสุดอมตะเรื่อง City Hunter ครับ

ใครนึกหน้าตาเกม PaRappa the Rapper ไม่ออก ลองดูคลิปด้านล่างนี้เลยครับ เกมเพิ่งจะจำหน่ายเวอร์ชั่นรีมาสเตอร์ไปเมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา เฉพาะบนเครื่อง PS4

ปัจจุบันบริษัท NanaOn-Sha ได้เน้นพัฒนาเกมป้อนลงสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ขณะที่คุณมัตสึอุระเองก็ยังคงทำงานด้านเพลงเป็นจ๊อบเสริมไปด้วย

---------------------------------------------------------------------------------------------------

5. Hidetaka Miyazaki

ผลงานเด่น: Dark Souls ภาค 1 และ 3 (Director) / Bloodborne (Director) / Armored Core 4 (Director)

ปิดท้ายด้วยประธานบริษัท FromSoftware และยังเป็นผู้กำกับเกมตระกูลชวนหัวร้อนอันโด่งดังอย่าง Dark Souls และ Bloodborne หลายคนเห็นหน้าเกมยากมหาโหดที่แกทำแล้วคงจะมึนยิ่งไปอีกถ้ารู้ว่าพี่แกเคยทำงานอยู่ในฝ่ายจัดการบัญชีของบริษัท Oracle ที่สหรัฐอเมริกามาก่อน จากนั้นเขาก็มีโอกาสได้ลองเล่นเกม ICO ของเครื่อง PS2 เลยเกิดสนใจที่จะโยกสายงานมาด้านพัฒนาเกมแทน แต่ ณ ตอนนั้นก็มีค่ายเกมอยู่ไม่กี่แห่งที่จะอ้าแขนรับคนที่จบด้านสังคมศาสตร์อย่างเขา และ 1 ในนั้นก็คือ FromSoftware ค่ายที่เขาได้ไต่เต้าจนขึ้นมาเป็นประธานบริษัทในเวลาต่อมานั่นเอง

คุณมิยาซากิได้เริ่มสร้างชื่อในสายงานพัฒนาเกมด้วยตำแหน่ง Planner ให้กับเกมซีรีส์ Armored Core ที่เป็นเกมแนวหุ่นยนต์รบ ก่อนจะเปลี่ยนมาทำเกมแนวแอ็กชั่น RPG นั่นก็คือเกม Demon's Souls บน PS3 แล้วตามมาด้วย Dark Souls และ Bloodborne จนประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ทำให้เกิดแฟนเกมที่ชื่นชอบเอกลักษณ์ในชิ้นงานที่เขาร่วมพัฒนาขึ้นมาทั่วโลก และเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าซีรีส์ Souls ในทุกวันนี้เปรียบเสมือนตัวแทนจากค่ายเกมญี่ปุ่นเพียงไม่กี่ซีรีส์ที่ยังคงเจาะตลาดตะวันตกได้อยู่

---------------------------------------------------------------------------------------------------

จากเส้นทางในอดีตของนักพัฒนาเกมทั้ง 5 คนที่ทางทีมงานได้ยกมานี้ คงจะพอเป็นตัวอย่างที่ดีที่ชี้ให้เห็นได้ว่าอุตสาหกรรมเกมยังคงเปิดกว้างสำหรับคนจากหลายๆ อาชีพครับ หากคนๆ นั้นมีความสามารถพอ และโชว์ให้ทางค่ายเกมเห็นได้ว่าเรามี "ของ" ในตัวที่ดึงดูดความสนใจพวกเขาได้ ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหนก็สามารถเป็นฟันเฟืองที่ให้วงการเกมก้าวไปข้างหน้าได้เหมือนกัน

ติดตามข่าวจาก Online Station ได้ที่

 

เพิ่มเพื่อน