Close

5 เรื่องราวในเงามืดของ Overwatch ที่ตัวเกมอาจไม่ได้บอกคุณตรงๆ

 

     ก่อนหน้านี้ถ้าได้ติดตามเว็บไซต์ของเราก็จะรับรู้ได้ว่าทางเราได้แปลประวัติตัวละคร Overwatch ไปแล้วครบทุกตัว รวมถึงเรื่องราวพื้นหลังก่อนไทม์ไลน์ในเกมแบบคร่าวๆ ด้วยครับ กระนั้นก็ยังไม่อาจจะบอกได้ว่านั่นคือเรื่องราวทั้งหมดในเกม มันยังมีเกร็ดเล้กเกร็ดน้อยที่ถูกวางไว้รอบๆ ตามทางให้เราไปไล่เก็บกันจากทั้งในเกมหรือกระทั่งในเทรลเลอร์เกมที่ปล่อยมาก่อนหน้า เพื่อจะค่อยๆ จับมาต่อกันเป็นภาพใหญ่ ทั้งนี้ทางเว็บไซต์ Dorkly จึงทำการรวบรวมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยดังกล่าวส่วนหนึ่งมาทำเป็นบทความ "5 Dark Overwatch Backstories the Game Doesn't Tell You" ครับ ซึ่งกระผมก็ได้ทำการแปลและคัดย่อมาให้ได้อ่านกันครับ

 


 

     30 ปีก่อนเหตุการณ์ในเกมจะเริ่มขึ้น Mei-Ling Zhou ทำงานอยู่ที่สถานีวิจัยแห่งหนึ่งของ Overwatch ในแถบพื้นที่แถวๆ แอนตาร์คติการ์ เพื่อค้นคว้าหาสาเหตุที่ภูมิอากาศของโลกมุ่งสู่ขอบเหวแห่งวิกฤตอย่างรวดเร็วจนผิดปกติร่วมกับทีมงานนักวิทยาศาสตร์ของเธอ กระนั้นการงานที่ยิ่งใหญ่นี้กลับมีความก้าวหน้าน้อยมาก แถมพวกเขาทำได้ไม่นานก็ถูกพายุขั้วโลกปริศนาเข้าพัดถล่มสถานีจนไม่สามารถหนีออกมาจากสถานีได้ ยาวนานจนเสบียงในสถานีเริ่มหมดลง กระทั่งท้ายที่สุดทั้งทีมก็ตัดสินใจเสี่ยงกับทางเลือกสุดท้ายกับการ Cryostasis หรือแช่แข็งตัวเองเป็นหมู่คณะ เพื่อหวังว่าการช่วยเหลือจะมาถึงในเร็ววัน

     แต่ก็อย่างที่รู้กันว่าความช่วยเหลือนั้นไม่เคยมาถึง...

 

 

     จากนั้นกว่าทศวรรษผ่านไป ในที่สุดเศษซากปรักหักพังของสถานีแอนตาร์คติการ์ก็ถูกค้นพบอีกครั้ง และ Mei-Ling Zhou คือคนเดียวที่ Pod Cryostasis ยังไม่หยุดทำงาน และแน่นอนว่าเธอคือคนเดียวในทีมสำรวจขั้วโลกที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์มหันตภัยเมื่อ 10 ปีก่อน สภาพช่วงแรกของเธอที่ตื่นขึ้นมาคงไม่ต่างจาก Captain America เท่าไหร่ อาจจะแย่กว่าเพราะคนที่เคยทำงานร่วมกันมาล้วนเสียชีวิตทั้งหมด พวกเขาบางคนตื่นขึ้นมาก่อนเวลาเพราะเครื่องเกิดเสีย และพบว่าสถานีนี้ไร้ซึ่งทางออก ไม่มีอะไรให้ทำนอกจากนั่งนอนๆ ทั้งวันเพื่อรอความตาย หรือเลวร้ายที่สุดคือบางคนตายลงขณะที่หลับอยู่ในเครื่องนั่นแหละ

     เมื่อลืมตาขึ้นมา Mei ก็ต้องพบกับโลกที่เปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง โลกที่ไม่มี Overwatch อีกต่อไป โลกที่มิตรสหายจากไกล และโลกที่สภาวะอากาศใกล้ความหายนะเข้าไปทุกขณะ แม้กระนั้นเธอก็ยังทำใจแข็งเข้าสู้และจะไม่ยอมเศร้าสลดกับสถานการที่เป็นไป ดังเราจะเห็นได้ในเกมว่า Mei เป็นสาวใสๆ ที่ราวกับจะมองโลกในแง่ดีอยู่ตลอดเวลา กับประโยค Motto ประจำตัวที่ว่า "โลกนี้ยังควรค่าแก่การต่อสู้เพื่อมันเสมอ" ดังนั้นเราจึงยังคงเห็น Mei ผู้ต่อสู้เพื่อโลกที่ดีขึ้น ถึงแม้ว่านั่นมันจะหมายความว่าเธอต้องวิ่งไล่แช่ Genji จนกลายเป็นก้อนนํ้าแข็งไส ก่อนยิงลิ่มนํ้าแข็งใส่กบาลพี่แกราวฆาตกรเลือดเย็นก็ตาม...

 


 

2. "วิกฤตการณ์ Omnic" ก็แค่อีกชื่อหนึ่งของ "วันพิพากษา"

 

     แรกเริ่มเดิมที Overwatch ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อเข้าปะทะสู้รบกับเหล่าหุ่นยนต์ Omnic ในวิกฤตการณ์ Omnic เหตุการณ์การสู้รบครั้งใหญ่ในจักรวาลของเกม Overwatch ระหว่างมนุษย์กับเหล่าเครื่องจักรที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นหุ่นยนต์สินค้าเกรดผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งครั้งหนึ่งทั้งคู่เคยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขมาช้านาน นั่นเพราะว่าเป้าประสงค์แรกของการสร้างหุ่นเหล่านี้ขึ้นมาก็เพื่อ "เสริมสร้างความเท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นบนโลก" ทว่าบริษัท Omnica Corporation ผู้สร้างหุ่นยนต์ Omnic ทั้งมวล กลับถูกตรวจพบการทุจริตหลายอย่างทั้งโกหก, ฉ้อฉล, หลอกลวง เป็นเหตุให้บริษัทต้องปิดตัวลง และจักรกลทั้งหมดภายใต้สังกัดจะต้องถูกปิดการทำงานด้วยเช่นกัน

     เหล่า Omnic ทราบชะตากรรมนั้นแต่ก็เริ่มเกิดอาการไม่พอใจขึ้นทุกขณะ ลองคิดดูนะครับคุณถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์ที่ยิ่งใหญ่อย่างร่วมกันสร้างวิมานไฉไลให้เกิดขึ้นบนโลก แต่แล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่วาดไว้กลับกำลังจะถูกทำลายสูญสลายไป เพียงเพราะว่าพ่อของคุณเป็นไอ้ทุเรศคนหนึ่ง... ซึ่งนี่น่าจะเป็นสาเหตุเบื้องหลังอันแท้จริงที่ทำให้เหล่า Omnic เลือกที่จะทำการเคลื่อนไหวต่อต้านมนุษย์ครั้งใหญ่

 

 

     แต่สงสัยคงเพราะโลกในจักรวาลของ Overwatch นั้นไม่มีภาพยนตร์เรื่อง Terminator ให้ดู จึงไม่มีใครที่เฉลียวใจถึงภัยจากการลุกฮือพวกหุ่นยนต์ในครั้งนี้เลย พวกมันติดเครื่องตัวเองอีกครั้งก่อนออกรวบรวมและปล้นชิงยุทโธปกรณ์ทางการทหาร มาสร้างเป็นหุ่น Mech ขนาดยักษ์ เพื่อต่อสู้และทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า นี่คือสงครามที่อยู่ในสเกลระดับภัยอันตรายที่อาจล้างเผ่าพันธุ์มนุษยชาติให้หายไปจากพื้นโลกอย่างแท้จริง

     ช่วงเวลานี้เองที่ทีม Overwatch ถูกฟอร์มขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เป็นหัวหอกในการสู้กับศึกใหญ่ การปรากฎตัวของพวกเขาทำให้่สถานการณ์โดยรวมฟากมนุษย์คลี่คลายขึ้นมาบ้าง กระนั้นพวกเขายังต้องทำการตัดไฟแต่ต้นลมเหล่าหุ่น Omnic ด้วยการค้นหาโรงงานผลิตหุ่นลึกลับของทาง Omnica Corporation เพื่อทำลายทิ้งเสีย มิเช่นนั้นมันก็แลดูราวกับว่าเหล่าหุ่นยนต์จะถูกผลิตออกมาแบบไม่มีวันหมด ทั้งยังแข็งแกร่งขึ้นในทุกทีอีกต่างหาก

 

 

     แต่ท้ายที่สุดสงครามก็จบลง และกว่าจะรู้กันว่าโรงงานดังกล่าวอยู่ในออสเตรเลีย มันก็ถูกจู่โจมโดยกองกำลังชาวท้องถิ่นซึ่งนำโดยชายผู้ที่ต่อมาจะกลายเป็น Roadhog เรียบร้อย ทว่าสิ่งผิดพลาดก็คือพวกเขาไม่รู้ว่าทั้งโรงงานได้รับการจ่ายพลังงานโดย Fusion Core ซึ่งเมื่อมันถูกทำเลย จึงเกิดการระเบิดครั้งใหญ่เปลี่ยนพท้นที่ส่วนหนึ่งของออสเตรเลียให้กลายเป็นแดนรกร้างและเต็มไปด้วยสารกัมมันตรังสีในที่สุด

 


 

     ก็เหมือนกับเจ้าหน้าที่ของ Overwatch หลายๆ คน Mercy ถือเป็นบุคคลากรยุคแรกๆ ของทีม Overwatch ซึ่งก่อตั้งขึ้นมาหลายขวบปีก่อนเกมจะเริ่ม ไม่ต้องถามถึงอายุเจ้าหล่อนเลยว่าขนาดไหน เอาเป็นว่าอีก 3 ปีก็เลข 4 นำหน้าแล้วครับ ทว่าก็อย่างที่เห็นว่า Mercy นั้นยังดูไม่แก่เลย แม้แต่ Mei ยังมีบทสนทนากับ Mercy ในเกมประมาณว่าก่อนที่เธอจะแช่แข็งตัวเอง Mercy ก็มีเหง้าหน้าประมาณเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลงอะไร ซึ่งนั่นก็อาจเป็นเพราะตัวของ Mercy เป็นแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญสาขาชีววิทยานาโนยิ่งกว่าใครใดๆ ในโลก ทำให้เธออาจมีกลเม็ดบางอย่างสำหรับการยื้ออายุผิวหน้าของเธอก็เป็นได้

 

 

     ด้วยความสามารถดังกล่าวจึงสามารถพูดได้ว่า Mercy คือแพทย์ใหญ่ประจำทีม Overwatch อย่างไม่ต้องสงสัย เธอมักจะออกไปร่วมทำภารกิจในแนวหน้ากับทีมบุกแทบทุกครั้ง กระทั่งวันหนึ่งเธอได้ช่วยชีวิตนินจาหนุ่มที่ใกล้ตายเอาไว้ นั่นคือ Genji อย่างที่เราทราบกัน แต่คงเพราะอาการบาดเจ็บของ Genji ท่าจะหนักหนาเกินไป ทำให้ Mercy ต้องดัดแปลงร่างของเขาให้กลายเป็นไซบอร์ก ซึ่งในระยะยาวแม้จะทำให้ Genji มีศักยภาพในการทำภารกิจยิ่งกว่าเดิม แต่ด้วยร่างที่ไม่ใช่มนุษย์กว่าครึ่งทำให้ Genji เกิดสับสนตัวเองในที่สุด และออกจากทีม Overwatch ก่อนจะขึ้นเขาไปบรรลุธรรมกับพระ Omnic Zenyatta

     อย่างไรก็ตามกับเคสของ Genji นั้นก็ยังแค่การตึงมือ ทว่าสำหรับ Mercy นั้นยังมีอีกเคสที่เลวร้ายกว่าคือการช่วยชุบชีวิต Gabriel Reyes ขึ้นมาเป็น Reaper นั่นเอง

     โดยตัวของ Reyes นั้นในเนื้อเรื่องเกมจะพูดประมาณว่าสู้กับ Morrison จนโดนระเบิดตายในกองซากฐานบัญชาการของ Overwatch ไปแล้ว กระนั้นทั้งคู่ก็ยังไม่ตายอย่างจริงจังคือพังทลายไปเพียงชื่อเท่านั้น Morrison ซึ่งดูจะบาดเจ็บน้อยกว่ามากได้กลายเป็น Soldier: 76 ส่วน Reyes ก็กลายเป็น Reaper อย่างที่เรารู้กันด้วยความช่วยเหลือจาก Mercy

 

 

     คือจะว่า Mercy ทำให้ Reyes กลายเป็นไอ้เลว Reaper เลยก็คงจะไม่ถูกนักครับ เพราะ Mercy ก็ช่วย Reyes ในฐานะเพื่อนเก่าร่วมองค์กร และเธอก็พยายามเต็มที่ที่สุด กระนั้นกับผลลัพท์ที่ออกมาก็ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่ เพราะการรักษาทำให้เซลร่างกายของ Reyes นั้นมีอาการผุพังอยู่ตลอดเวลา แต่ขณะเดียวกันก็มีการฟื้นฟูตัวเองอย่างว่องไว ราวกับว่าเขาติดอยู่ระหว่างความเป็นความตาย ผีก็ไม่ใช่มนุษย์ก็ไม่เชิง อ้างอิงจากบทสนทนาหนึ่งระหว่างทั้งคู่ที่เกิดขึ้นในเกม

     Mercy: เกิดอะไรขึ้นกับคุณกันคะ?!
     Reaper: คุณสิต้องบอกผม คุณหมอ
     Mercy: ฉันไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้นะคะ Reyes
     Reaper: คุณรู้ตัวอยู่ตลอดว่าคุณทำอะไรลงไป อย่ามาอ้างเลย

     ค่อนข้างเข้าที่เข้าทางเลยทีเดียวใช่ไหมล่ะครับ กับสมมติฐานว่า Mercy เป็นคนสร้าง Reaper ขึ้นมา เดาว่าตัว Mercy น่าจะใช้ศาสตร์ที่เธอชำนาญที่สุดอย่างชีววิทยานาโนมาช่วยชีวิต Reyes แต่ผลกลับไม่เป็นอย่างที่คิด แถมหากลองพิจารณาประโยคพูดสุดท้ายของ Reaper ดีๆ ก็จะรู้สึกถึงความโกรธที่เขามีต่อ Mercy อารมณ์ประมาณถ้าจะตื่นมาเป็นแบบนี้สู้ตายไปเลยน่าจะดีกว่า ทั้งยังอาจตีความถึงตัว Mercy ในอีกแง่อย่างน่าสนใจได้ว่า

     แม้ดูเหมือนเธอกำลังช่วยคน แต่อีกนัยหนึ่งลึกๆ แล้ว เธออาจกำลังสนุกกับการจับคนรอบๆ ตัวมาขึ้นเตียงผ่าตัด เพื่อทดลองและมองหาองค์ความรู้ใหม่ๆ ทางวิทยาศาสตร์ก็เป็นได้

 


 

    หนึ่งในเทรลเลอร์ของ Overwatch ที่ถูกปล่อยออกมาก่อนเกมวางจำหน่ายก็คือวิดีโอที่ชื่อว่า Alive ที่เล่าเรื่องของภารกิจลอบสังหาร Tekhartha Mondatta ผู้นำพระ Omnic จากวิหารชัมบาลี และสหายของ Zenyatta ผู้ต้องการให้หุ่นยนต์และมนุษย์กลับมาอยู่ร่วมกันได้ดังเดิม โดยมือสังหารระดับพระกาฬ Widowmaker ซึ่งกระทำการในนามองค์กรก่อการร้ายสากล Talon 

 

 

     แม้จะมี Tracer เช้ามาช่วยขัดขวางแต่สุดท้ายแล้ว Mondatta ก็ไม่รอดคมกระสุนของ Widowmaker ที่พุ่งเข้ากลางกบาลเขาอยู่ดี ในตอนจบเทรลเลอร์เราได้เห็น Tracer จับ Widowmaker กด พลางร้องถามถึงเหตุผลในการสังหาร Mondatta ที่อาจนำพาความสงบสุขมาสู่โลกใบนี้ และ Widowmaker ก็หัวเราะ เพราะสำหรับเธอนั้นการได้สังหารชีวิตคนถือเป็นความสุขีสโมสรขั้นสุด ขอเพียงได้ระเบิดหัวใครสักคนเธอก็จะรู้สึกมีชีวิตชีวาดังชื่อของเทรลเลอร์ที่เขียนว่า Alive นั่นแหละครับ

     ทว่าสำหรับตัวองค์กร Talon เองนั้น แม้จะเป็นที่แน่นอนว่าพวกเขาวางตัว Widowmaker ไว้ทำภารกิจ แต่เราก็ยังไม่ทราบถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงว่าเขาต้องการอะไรจากการกระทำครั้งนี้ เหตุใดพวกเขาถึงอยากจะทำลายโอกาสสร้างสันติภาพระหว่างหุ่นยนต์กับมนุษย์ลงเสีย?

 

 

     คำตอบนั้นมีหลายเหตุผลให้ได้ลองเดากัน บางทีพวกเขาอาจจะอยากคงความวุ่นวายไว้ให้กับโลกนี้ เพราะดันมีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจค้าอาวุธหรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับความขัดแย้งของมนุษยชาติ หรือบางทีพวกเขาอาจจะแค่เกลียดพวกหุนยนต์เฉยๆ ซึ่งหากเป็นกรณีเหล่านี้บางทีการลอบสังหาร Mondatta อาจเป็นกลยุทธ์ที่ไม่เข้าท่านักก็ได้ เพราะทันทีที่พี่แกเท่งทึงไปก็มีอนุสาวรีย์แทนตัว Mondatta ขนาดใหญ่ถูกสร้างขึ้นใกล้ๆ ทันที

 

 

     เวลานี้ Mondatta กลายเป็นสัญลักษณ์ทางสันติภาพและการอยู่ร่วมกันอย่างแท้จริง ซึ่งแลดูจะสร้างผลกระทบต่อผู้คนในวงกว้างเสียยิ่งกว่าตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่เสียอีก ดังนั้นแล้วก็อาจเป็นไปได้ว่าทางองค์กร Talon เองก็อยากจะสร้างโลกใหม่ให้เป็นสถานที่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน เพียงแต่ด้วย "กระสุนปืน" ก็เท่านั้น

 


 

     เราทราบกันเป็นอย่างดีว่าช่วงไทม์ไลน์ในเกมนั้นองค์กร Overwatch ได้ล่มสลายไปเรียบร้อยจากสารพันปัญหาที่ประดังประเดเข้ามาพร้อมกัน จน UN ต้องจำใจสั่งสลายองค์กรที่ครั้งหนึ่งเคยช่วยโลกจากการพินาศเอาไว้ แต่แน่นอนว่านอกจากปัญหาภายนอกแล้ว ปัญหาภายในก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่ทำให้ Overwatch ต้องสิ้นชื่อลงโดยดุษฏี และทั้งหมดทั้งมวลนี้ดูจะเริ่มขึ้นมาจากคราที่ Overwatch ซึ่งเปรียบประหนึ่งแสงจ้า เริ่มนำพาเงาของตัวเองมาใช้งานได้ไม่นาน

     นามนั้นคือ Blackwatch หน่วยพิฆาตใต้ดินที่จะรับทำงานลับงานสกปรกแทน Overwatch ทุกอย่าง ซึ่งศูนย์กลางของการพังพินาศทั้งมวลก็คือหัวหน้าหน่วย Gabriel Reyes ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเพื่อนรักกับ Jack Morrison แต่ดันมองหน้ากันไม่ติดเมื่อฝ่ายหลังได้รับการโปรโมทเป็นผู้บัญชาการของ Overwatch กระทั่งนำมาสู่การต่อสู้ขั้นแตกหักของทั้งคู่จนศูนย์บัญชาการใหญ่ของ Overwatch ที่สวิสเซอร์แลนด์ถึงกับถล่มลง ซึ่งจากเหตุการณ์นั้นทำให้ตัวตนหน่วยลับ Blackwatch กระจายสู่สาธารณะเป็นครั้งแรก และกลายเป็นหลักฐานสำคัญที่ฝ่ายต่อต้านใช้ทำลาย Overwatch ลงได้ในที่สุด จบยุคขององค์กรพิทักษ์โลกลงอย่างสิ้นเชิง

 

 

     เป็นที่แน่นอนว่าสงครามภายในระหว่างฮีโร่ด้วยกันฉุดรั้งทุกอย่างลงสู่ความหายนะ บุคคลากรของ Overwatch หลายต่อหลายคนกระจัดกระจายไปตามทางของตัวเอง บ้างก็ผันตัวกลับฝั่งไปเข้ากับองค์กรก่อการร้าย เช่นที่ Jesse McCree พ่อคาวบอยทหารรับจ้างพบเห็นระหว่างการทำภารกิจเพื่อหาเงินมาเลี้ยงปากท้อง ใน Comic ตอนพิเศษที่เขาต้องปะทะกับกลุ่มคนขององค์กรก่อการร้ายสากล Talon และพบว่ากลยุทธ์แทคติคต่างๆ ที่ศัตรูของเขาใช้นั้นมันเคยถูกใช้โดย Blackwatch มาก่อน... เขารู้ดี เพราะครั้งหนึ่ง McCree ก็เคยเป็นเจ้าหน้าที่ Blackwatch เช่นกัน

     ดังนั้นสมมติฐานว่า Talon ได้แทรกซึมเข้าไปใน Blackwatch ก่อนการล่มสลายนั้นจึงเป็นเรื่องที่มีมูลอย่างยิ่ง กระนั้นมันก็ดูไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร เมื่อเราได้เห็น Reyes ในนามใหม่ Reaper เข้าร่วมกับองค์กร Talon ไปแล้ว ทว่าคำถามที่ยังคงเหลืออยู่ก็คือ Blackwatch นั้นแปลเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่

     เงาดำ... ทรยศแสงสว่างตั้งแต่ตอนไหน

 

 

     อย่างไรก็ตามถึงตอนนี้เรารับรู้กันว่าเหล่าฮีโร่ Overwatch กำลังทยอยกลับมารวมพลกันอีกครั้ง แม้ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงที่อาจโดน UN เล่นทุกขณะ ด้วยกฎหมายซึ่งจะลงโทษทุกกิจกรรมที่กระทำกันในนามของ Overwatch แต่ถึงอย่างนั้นยามนี้พวกเขากลับรู้สึกถึงความอิสระยิ่งกว่าเก่า และพร้อมจะทำให้โลกกลับมาน่าอยู่อีกครั้ง โดยที่ไม่ต้องกังวลใจถึงเรื่องการเมืองภายในอีก ฉะนั้นแล้วอย่างแรกเลยที่ต้องทำ...

     คือคุ้มกันรถบรรทุกลอยได้ให้ไปถึงเป้าหมายในระยะทาง 500 หลา ปฏิบัติ!!!

 

Credit: dorkly.com

 

 

ติดตามข่าวจาก Online Station ได้ที่

 

เพิ่มเพื่อน