Close

เร่งพลังเทอร์โบให้เต็มแม็กซ์ กับซุปเปอร์ฮีโร่สายพันธุ์ใหม่แห่งปี 2016 ที่ทั้งโลกรอคอย Max Steel

จากของเล่นสุดฮิตที่ครองใจเด็กๆ ทั่วโลกมานานนับสิบปี สู่ปรากฏการณ์ภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่คนแสดงจริงสุดแนวที่คุณต้องห้ามพลาด

เรื่องราวของเด็กหนุ่มนามว่า แม็กซ์ แม็คกรัธ  และแม่ของเขา ที่เพิ่งย้ายกลับไป คอปเปอร์ แคนยอน เมืองที่แม็กซ์เกิด และเป็นเมืองที่พ่อเขาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุปริศนา การปรับตัวเข้ากับโรงเรียนใหม่ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับ แม็กซ์ และยิ่งวุ่นวายมากขึ้นเมื่อร่างกายเขาเริ่มสร้างพลังงานบางอย่างซึ่งเขาไม่สามารถควบคุมได้

พลังที่ว่าขึ้นๆลงๆ ไม่สามารถคาดเดาได้ มันเริ่มกว่าที่แม็กซ์จะรับมือไหว เขาตัวปลีกตัวเองจากคนรอบข้าง รวมถึง โซเฟีย เพื่อนใหม่ของเขา วันหนึ่งขณะที่พลังของแม็กซ์ระเบิดขึ้นมาอย่างรุนแรง เขาถูกช่วยไว้โดย สตีล เอเลี่ยน ชีวจักรกล ที่เฝ้าติดตามแม็กซ์อย่างลับๆ ทั้งสองค้นพบว่าเมื่อร่วมมือกันพวกเขาสามารถควบคุมพลัง และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นพลังเหนือมนุษย์ได้ แต่ถ้าทั้งคู่แยกกัน ต่างคนต่างซี้ม่องเท่งแน่นอน

คู่ซี้ต่างชั้วยอมรับชะตาที่ทำให้ทั้งสองต้องเกี่ยวโยงกัน ทั้งสองค้นพบความลับเกี่ยวกับการตายของพ่อแม็กซ์ และเมื่อยิ่งขุดลึกลงไป ก็พบว่าพวกเขากำลังถูกล่าโดยศัตรูลึกลับ ที่หวังจะจับทั้ง แม็กซ์ และ สตีล เพื่อใช้พลังของเขาทำสิ่งที่เลวร้าย ด้วยความที่ไว้ใจใครไม่ได้ ทั้งสองต้องร่วมมือกันเพื่อนค้นหาความจริง และหาวิธีปราบวายร้ายปริศนาที่จ้องจะทำลายโลก
จากเฟรนไชส์ของเล่นสุดฮิต มามีชีวิตในโลกเซลลูลอยด์

แม็กซ์ สตีล เริ่มจากการเป็นผลิตภัณฑ์หุ่นแอ็คชั่น ฟิกเกอร์ ผลิตโดยบริษัทของเล่นชื่อดังอย่างแมทเทล วางแผงครั้งแรกในปี 1997 ทำยอดขายตีคู่มากับ G.I. Joe เฟรนไชส์ของเล่นยอดฮิตตลอดกาล ก่อนจะโด่งดัง จนกลายมาเป็นการ์ตูนทีวี การ์ตูนวิดีโออีก 9 ภาค อนิเมชั่น หนังสือการ์ตูน และล่าสุดเป็นภาพยนตร์คนแสดงจริง

หนังซุปเปอร์ฮีโร่อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลกภาพยนตร์ แต่เมื่อมันมาอยู่ในมือสุดยอดนักเล่าเรื่องอย่าง คริสโตเฟอร์ โยสต์ แล้ว แม็กซ์ สตีล จะเป็นทุกอย่างยกเว้นหนังธรรมดาๆ

แม็กซ์ สตีล เป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่คนใหม่ คนแรกในรอบสองทศวรรษของแมลเทล เป็นการร่วมงานครั้งแรกของ ดอลฟิน ฟิลม์ส และ แมทเทล นอกจากจัดเต็มไปด้วยแอ็คชั่นสุดมัน แม็กซ์ สตีล ยังเล่าเรื่อง คัมมิ่ง ออฟ เอจ ได้อย่างน่าประทับใจ สามารถเข้าถึงคนดูทั่วโลกได้ทุกเพศทุกวัย

“พวกเราที่ดอลฟิน ชอบไอเดียที่ว่าวัยรุ่นสามารถก้าวเข้ามาเป็นซุปเปอร์ฮีโร่” บิลล์ โอดาวด์ ซีอีโอของดอลฟิน ฟิลม์ และ โค โปรดิวเซอร์ ของ แม็กซ์ สตีล กล่าว “ความจริงที่ว่าเขามีเพื่อนคือ สตีล ที่ทำให้เขากลายมาเป็นซุปเปอร์ฮีโร่นั้นยิ่งทำให้เราตื่นเต้นมากขึ้น สตีล เป็นตัวละครที่สนุก ให้เราให้เรามีโอกาสที่จะใส่ความตลกแบบคู่หูคู่ฮา ท่ามกลางความตึงเครียด เพราะเราอาจจะเสียโลกใบนี้ให้ตัวร้ายในเรื่อง”

โอดาวด์ บรรยายถึงเนื้อเรื่อง “พล็อตมันเกี่ยวกับการผจญภัยของแม็กซ์ และเอเลี่ยนเพื่อนซี้ สตีล ทั้งสองต้องรวมพลังกลายเป็นซุปเปอร์ฮีโร่พลังเทอร์โบ แม็กซ์ สตีล”

“เรารู้สึกว่าที่มันถึงเวลาแล้วที่จะนำเรื่องซุปเปอร์ฮีโร่ในยุคปัจจุบันคนนี้ขึ้นจอใหญ่” จูเลีย พิสเตอร์ โค โปรดิวเซอร์มากประสบการณ์ กล่าว “แมทเทลเห็นว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนทางที่จะเชื่อมโยงคนดูกับตัวละครของพวกเขา ดังนั้นเราจึงรวบรวมนักทำหนังหัวก้าวหน้ามาเป็นผู้บุกเบิก ในภารกิจที่จะทำให้ แม็กซ์ สตีล เป็นที่รู้จักในหนังแนวนี้

“แม็กซ์ สตีล เป็นทรัพย์สินชิ้นสำคัญของแมทเทล และตัวเนื้อเรื่องเองก็มาจากพวกเขา เมื่อ 4 ปีก่อน บริษัทตัดสินใจที่จะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่ให้เข้ากับปัจจุบัน” พิสเตอร์เสริม “นอกจากการ์ตูนที่ตอนนี้ฉายอยู่ที่ช่องดิสนีย์ และ เน็ทฟลิกซ์ พวกเขาอยากทำเป็นภาพยนตร์ขนาดยาว ที่จะเป็นเรื่องแรกที่สร้างโดยแมทเทลหลังจากเรื่องล่าสุด He Man ในปี 1987

มือเขียนบท คริสโตเฟอร์ โยสต์ กล่าว “แมทเทลเต็มใจให้เราสำรวจโลกแม็กซ์ สตีล ผมและสจ็วต (สจ็วต เฮนด์เลอร์ ผู้กำกับ) หารือกันยาวเรื่องบรรยากาศและโทนของหนังเรื่องนี้ และสร้างมันให้สมจริง ดูเป็นไปได้ในโลกปัจจุบัน มันแทรกอยู่ในไดอะล็อก ยิ่งเบน (เบน วินเชลล์ ผู้รับบท แม็กซ์) เล่นได้ดูเป็นมนุษย์เท่าไหร่ มันยิ่งดูจริงเท่านั้น”

“โอกาสที่ได้เอาตัวละครที่มีอยู่แล้ว มาเปลี่ยนมันให้การเป็นหนังคนแสดงจริงมันน่าตื่นเต้นมาก” ดาวด์เสริม “แม็กซ์ สตีล เป็นเรื่องต้นตำหรับ ขณะที่หนังมีตัวละครที่หลากหลายแต่บทของหนัง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหนัง มุ่งเน้นสำหรับคนดูทุกเพศ ทุกวัย ในหนัง แม็กซ์ เป็นวัยรุ่น ผู้ชมวัยเยาว์สามารถเอาเป็นแบบอย่าง ส่วนผู้ชมวัยรุ่นสามารถเชื่อมโยงกับเขาได้โดยตรง  

“แน่นอนว่าเราอยากให้มันออกมาสมจริง” พิสเตอร์กล่าว “มันเป็นเรื่องที่มอบแรงบันดาลใจเพราะเป็นเรื่องของวัยรุ่นที่ต้องเจอกับสิ่งที่คนวัยนั้นต้องพบเจอ แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือแม็กซ์พบว่าตัวเองไม่เหมือนคนอื่น มีพลังบางอย่างในตัวเขาซึ่งไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป เพราะถ้าเขาควบคุมมันไม่อยู่ เขาอาจจะระเบิดโลกทั้งใบไปด้วย ดังนั้นมันน่ากลัวและอันตรายมาก แม็กซ์ ตระหนักได้ว่าเขาต้องใช้ทั้งชีวิตเคียงคู่กับสตีล ผู้ซึ่งดึงส่วนดีที่สุดของเขาออกมา”

สุดยอดงานสร้าง ตระการตาจนทำให้ลืมหายใจ

การทำงานของเรื่องนี้ ไม่ต่างอะไรกับตอนเด็กๆ ที่เวลาเล่นของเล่นมักจินตนาการว่าตัวเองเป็นผู้กำกับ ของเล่นเป็นนักแสดง  เพียงแค่การทำงานเรื่องนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเล่นกับชุดของเล่นที่แพงที่สุดในโลก

งานฉากอันสมจริงที่เหมือนมอบชีวิตชีวาให้หนังเรื่องนี้เป็นฝีมือของ วิลเลียม ฮันเตอร์ (Star Trek , Sucker Punch, Alice in Wonderland) นักออกแบบงานสร้าง ฮันเตอร์ได้รับโจทย์คือทำให้สองโลกสมดุล โลกของมนุษย์ และโลกของเอเลี่ยน สจ็วต เฮนด์เลอร์ ผู้กำกับมันใจว่าเขาเลือกถูกคนที่จะมาทำงานนี้

“สิ่งแรกที่ผมทำเมื่อเข้าร่วมโปรเจคต์นี้คือทำความรู้จักตัวละคร” วิลเลี่ยม ฮันเตอร์ กล่าว “ผมชอบวิธีที่เรื่องนี่เล่า ยิ่งไปกว่านั้นผมรู้สึกสนใจในคาแร็คเตอร์ แม็กซ์ ดูเผินๆ เขาเป็นวัยรุ่นธรรมตา แต่จริงๆ แล้วเขาเป็นลูกครึ่งมนุษกับเอเลี่ยน เขาต้องรับมือกับทั้งสองด้านนั้น มันเป็นเรื่องที่น่าสนุก สองด้านของพลัง เหมือนหยินและหยาง คุณต้องหาจุดกึ่งกลางของสองโลกนั้น” ฮันเตอร์เริ่มโดยศึกษาคอนเซ็ปต์

“ผมต้องหาว่าจะเล่าเรื่องยังไง ไม่ใช่แค่การออกแบบห้องแล็บ แต่ต้องให้ความสำคัญกับครอบครัวนี้ ว่าเราจะเปิดเผยตัวพวกเขาอย่างไร” ฮันเตอร์อธิบาย “คุณต้องศึกษาต้นตอของเรื่อง ซึ่งมันสนุกดี จุดกำเนิดของซุปเปอร์ฮีโร่ต้องใช้ความคิดเยอะเสมอ ซึ่งในเรื่องนี้ผมมีโอกาสได้ทำมัน

เมื่อฮันเตอร์เสนอคอนเซ็ปต์ให้ เฮนด์เลอร์ ดู เขาต้องแปลกใจที่งานของเขาตรงกับภาพในหัวของผู้กำกับ “ผมเสนองานของผมด้วยมู้ดแอนด์โทน แต่พอผมได้เจอกับ สจ็วต ผมพบว่าเรามีไอเดียคล้ายกันเยอะทีเดียว

“หนึ่งในสิ่งที่ผมชอบคือเขามุ่งไปที่พลังของ แม็กซ์ ทันที ‘พลังจะออกมาดูเป็นยังไง?’ ‘กล้องจะถ่ายออกมาเป็นแบบไหน?’ ผมตัดสินใจว่า ผมสามารถดีไซน์ฉากหลังและพื้นที่ที่แม็กซ์อยู่เวลาเขาใช้พลัง ที่ไหนก็ได้แล้วแต่ว่าเราจะให้แม็กซ์อยู่ตรงไหน”

“นั่นเป็นสิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับผม ” ฮันเตอร์กล่าวต่อ ”ผมมีโลกที่อิงจากอนิเมชั่นและของเล่น และผมต้องถ่ายทอดลงจักรวาลภาพยนตร์ ในการที่จะทำแบบนั้นได้ ผมต้องทิ้งบางอย่างที่เคยถูกนำเสนอมาแล้วในอนิเมชั่นและสร้างอะไรใหม่ที่เราไม่เคยทำมาก่อน”

การหาโลเคชั่นที่เหมาะ ทำให้งานง่ายขึ้นกว่าที่ทีมงานคิดไว้ ถึงแม้จะมีหลายเมืองในตัวเลือก เฮนด์เลอร์และทีมงานเลือก วิลมิงตัน นอร์ธ แคโลไรนา “ผมไม่ใช่จะปักหลักอยู่แค่ที่นี่” ฮันเตอร์กล่าว “ผมรู้เมื่อเราเริ่มต้นดูสถานที่แล้ว ว่าเราต้องเปิดใจให้กับทุกที่ที่เราเจอ เราแค่บังเอิญเลือกวิลมิงตันที่แรก แล้วทุกอย่างมันก็ครบถ้วนที่นี่”

นั่นรวมถึงโรงงานร้างนอกเมืองวิลมิงตัน “การถ่ายทำในโรงงานซีเมนต์ร้าง คือสิ่งแรกที่เราทำในเรื่องนี้” โอดาวด์กล่าว “เราจอสถานที่ที่อนุญาติให้เราสร้างงานภาพที่น่าตื่นตาได้ มันมีโครงอยู่แล้ว”

“ฉากนี้เราใช้สำหรับสองช่วงเวลา” เฮนด์เลอร์เสริม ”ฉากแรกคือในปี 1998 ที่ทุกอย่างดูสมบรณ์ หรูหราเหมือนในแอปเปิ้ล สโตร์ อีกฉากหนึ่งคือในปี 2015 ที่ทุกอย่างพังเละเทะไปหมด ทุกอย่างถูกทำลาย มีน้ำหยดติ๋งๆ รอยแตก ฝุ่นเขรอะ แต่มันให้อารมณ์ทิ้งร้างได้เยี่ยม”

นอกจากทำงานใกล้ชิดกับผู้กำกับเพื่อให้ได้ภาพอย่างที่ต้องการ ฮันเตอร์ยังต้องปรับจูนเข้ากับตากล้อง เบร็ตต์ พาวแล็ค “แผนหลักของผมคือผมต้องการมอบบางสิ่งให้เบร็ตต์ทำงานง่าย แต่ผมต้องการให้เราเห็นภาพตรงกัน” ฮันเตอร์ กล่าว “ผมศึกษาวิธีการถ่ายของเขาในแต่ละซีน เขามีสไตล์เฉพาะตัวที่ผมชอบ ดังนั้นผมจึงออกแบบฉากให้เหมาะกับการเล่นแสงและเงา”

การทำงานร่วมกันของ ฮันเตอร์ และ พาวแล็ค รวมถึงการหาสมดุลของฉากและการจัดแสง “เราเริ่มคุยกันว่าแล็บควรดูเป็นยังไง“ พาวแล็คกล่าว “เขามาพร้อมกับไอเดียของเขา แต่เราหาจุดที่ลงตัวได้ สิ่งที่สำคัญคือการเปลี่ยนสภาพแสงจากปี 1998 มาสู่ปี 2015 ที่ทุกอย่างถูกทำลาย แถมยังถูกเอเลี่ยนวายร้ายยึด เราเลยต้องการมันออกมาน่ากลัวหน่อยๆ”

พิสเตอร์ ชื่นชมการทำงานของ ฮันเตอร์ และ พาวแล็ค ที่ทำให้หนังมีมิติและอารมณ์ “ฉันคิดว่าบางครั้งพวกเขาอาจจะกลัว เพราะคิดว่าแมทเทลต้องการทุกอย่างเป็นสีลูกกวาด เหมือนของเล่น แต่จริงๆแล้วมันตรงกันข้าม” พิสเตอร์กล่าว “คนที่เราทำงานด้วยไม่ได้บื้อขนาดนั้น เราต้องการคนที่สามารถทำหนังซับซ้อนและสื่ออารมณ์ได้ เราคิดว่าเด็กๆต้องการแบบนั้น ยิ่งวัยรุ่นเรายิ่งมั่นใจ

การที่เราได้นักออกแบบงานสร้างมากฝีมือแบบ วิลเลียม ฮันเตอร์ มามีส่วนร่วม คุณจะไม่ได้แค่ฉากที่สร้างจากบท แต่จะได้ฉากที่เสริมความสมบูรณ์ให้บทด้วย” โอดาวด์กล่าว

ชุดเกราะดีไซน์ล้ำอนาคต ด้วยฝีมือของนักออกแบบชั้นยอด
เกราะ แม็กซ์ สตีล เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของ Ironman และ Tron อย่าแปลกใจที่มันจะกลายเป็นหนึ่งในชุดเกราะที่น่าจดจำในโลกภาพยนตร์

นักออกแบบเครื่องแต่งกาย อัลลิสัน ลีช กำลังว่ายน้ำอย่างสบายใจที่ลาส เวกัส ขณะที่โทรศัพท์ดัง ปลายสายคือเฮนด์เลอร์ ที่ขอให้เธอเป็นส่วนหนึ่งของทีมสร้าง ทั้งคู่เคยทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ H+ สร้างผูกพันธ์และเคารพซึ่งกันและกันมานานพอสมควร

ลีช เรียกตัวเองว่าเป็นพวกเนิร์ด ประจำงานคอมมิค คอน เธอมีความรู้เกี่ยวกับตัวละครพอสมควร “ฉันรู้จักตัวละครพวกนี้ทุกตัว และการที่จะได้สร้างหนังซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องใหม่มันเสี่ยงเหมือนกับคุณยืนอยู่บนเส้นด้าย” ลีชกล่าว

“ฉันกระตือลืนล้นที่จะได้ร่วมงานกับ สจ็วต อีกครั้ง” ลีชพูดต่อ “บางครั้งตอนทำงานมีบางครั้งที่ฉันคลั่งเกินไป ฉันพยายามเสนอนู้นนี่มากเกินกว่าที่เขาต้องการ ฉันปล่อยให้เขาดึงฉันกลับมา ฉันเสนอมากไป เพี้ยนไป ซับซ้อนเกินไป ปล่อยให้เขาตัดสินใจว่า ‘โอ้เยี่ยม ไม่อ่ะ นั่นสมบูรณ์แบบ’ ฉันชอบให้มันเป็นแบบนั้นมากกว่า ให้มีคนมากดดันว่าฉันต้องสร้างสรรค์กว่านี้ ให้มันแจ่มกว่านี้”

ลีช รวมพลังกับนักออกแบบการสร้าง  วิลเลียม ฮันเตอร์  ทั้งสองทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยในการออกแบบชุดสองชุดที่สำคัญที่สุดในเรื่อง คือ ชุดเกราะแม็กซ์ สตีล และ ชุดเกราะเดรดสูท “เราพัฒนามันขึ้นไปอีกขั้น” ลีช อธิบาย “เราต่างรู้อยู่แล้วว่ามันควรออกมาเป็นยังไง แต่เราจะทำยังไงให้มันเป็นไปได้ตอนถ่ายในอากาศ 30 องศาเซลเซียส ใน นอร์ธ แคโรไลนา?

เราล้อกันเล่นเสมอว่าชุดเกราะนี้แทบใช้คนทั้งหมู่บ้านมาทำ ทุกแบบถูกเขียนขึ้นโดยศิลปินคอนเซปต์อาร์ท ฉันในฐานะนักออกแบบเครื่องแต่งกาย และวิลเลียมในตำแหน่งนักออกแบบงานสร้าง แต่ผู้ที่ฟันธงคือสจ็วต ดอลฟิน และ แมทเทล” “จากนั้นเราส่งต่อให้ เลเกาซี่ เอ็ฟเฟ็คส์ ผู้ที่ผลิตชุดเกราะให้เรา” ลีชเสริม “พวกเขาเคยทำชุดให้หนังดังๆ หลายเรื่องทั้ง โรโบคอป และ ไอออนแมน พวกเขาชี้นำเราทุกขั้นตอน จากภาพเสก็ตในกระดาษสู่ชุดจริที่อยู่ในกล้อง มันมีอะไรซับซ้อนมากกว่ายัดภาพต้นแบบใส่มือแล้วพูดว่า ‘ทำนี่ออกมา’”

“ไม่มีหนังเรื่องไหนที่เยี่ยมกว่า หนังที่มีชุดสุดเท่” พิสเตอร์หัวเราะ “มันขึ้นอยู่กับชุดเกราะ ดังนั้นเราจึงเลือกร่วมงานกับ เลกาซี่ พวกเขาเยี่ยมที่สุด เชี่ยวชาญที่สุดในงานสายนี้ การร่วมงานกับพวกเขาสนุกมาก”

โอดาวด์กล่าว “เราต้องสร้างเกราะไม่ใช่แค่เพื่อดูเท่ แต่ต้องใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่ใส่ได้เฉยๆ แต่ต้องใส่พร้อมออกท่าทางแอ็คชั่นที่เราเตรียมไว้ได้ด้วย เลกาซี่นั้นใส่ใจรายละเอียดถึงขั้นเลือกชนิดเนื้อผ้า โดยเฉพาะบริเวณใต้วงแขนนั้นยืดหยุ่นพอที่จะอนุญาตให้คนใส่ได้ออกท่าต่อยได้อย่างตั้งใจ แต่ก็ไม่บางจนหมดความเท่ไป

“พวกเขาทำธุรกิจนี้มานาน” ลีชกล่าวต่อ “พวกเขาบอกเราว่า ‘คุณต้องการให้หมวกมันบางที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ตั้งแต่ที่ทำใน Tron’ แต่ของเรามีออฟชั่นต่างๆ เสริมอีก ทั้งไฟ ทั้งพัดลมช้างใน เมื่อมันเสร็จมันไม่เหลือที่ให้กับอะไรเลย ยกเว้นให้เบน หายใจ

ลีช ยอมรับว่า ชุดเกราะเดรดสูท นั้นทำให้เธออึ้งไปเลย “เราลองกันหลายแบบมากจนกระทั่งวันหนึ่งฉันพูดว่า ‘นี่แหละ ฉันชอบอันนี้’ ฉันรู้ทันทีว่ามันใช่แล้วเราก็ใช้ดีไซน์นั้นในท้ายที่สุด คุณสามารถใช้ทักษะ ใช้ความรู้เท่าไหร่ก็ได้ แต่เมื่อถึงจุดนึงแล้ว คุณต้องเชื่อกึ๋นตัวเอง ฉันรู้ว่าเราทำสำเร็จแล้ว”

ชุดเกราะแต่ละชุดสร้างโดยเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ยังคงไว้ด้วยความเป็นศิลปะ ลีช อธิบาย “แต่ละส่วนของชุดใช้เทคนิคต่างๆ กัน ตั้งแต่คอลงไป เราใช้ทั้งการขึ้นรูป 3 มิติ แฟชั่นดีไซน์ เทคโนโลยีล่าสุดของการออกแบบสิ่งทอ ทุกแรงบันดาลใจรวมอยู่ในชุดนั้น ในส่วนของเกราะมือเราออกแบบตั้งแต่ล่างขึ้นบน เราทำการทดสอบจริงๆ เพื่อดูว่ามันทำงานยังไง ให้มันดูเป็นธรรมชาติและใช้งานได้จริง ที่สำคัญที่สุดมันต้องออกมาเท่

ในความคิดของลีช ปัจจัยที่ใหญ่ที่สุดที่เธอต้องคำนึงถึงคือนักแสดง “การออกแบบชุดคือการร่วมมือกับนักแสดงในการสร้างตัวละครออกมา เราต้องหาความสมดุลว่าอะไรเหมาะกับผลิตภัณฑ์ และอะไรที่เหมาะกับหนัง อะไรที่เหมาะกับปัจจุบัน อะไรที่จะออกมาเจ๋ง และอะไรที่จะออกมาตื่นเต้น แต่อย่างไรก็ตามเราต้องไม่ลืมว่าอะไรที่เหมาะกับนักแสดง เพราะท้ายที่สุดเขาคือคนที่จะมาเล่นเป็นตัวละครของเรา

“ตัวอย่างเช่น“ ลีช อธิบาย “เมื่อเรารู้ว่าคนที่มารับบทคือแอนดี้ การ์เซีย เขามีง่ามผมและใบหน้าที่งดงาม เราต้องการให้หมวกกันน็อคของเขารับกับเครื่องหน้า ฉันให้ความสำคัญกับเรื่องนั้น 50 เปอร์เซนต์ในการออกแบบเลย”

ลีช ชี้แจงว่าไม่มีส่วนของความเป็นไซไฟในส่วนอื่นของหนังเลยยกเว้น แม็กซ์ และ พลังของเขา ในส่วนของการออกแบบ “สจ็วตต้องการให้มันออกมาดูจริง” เธอกล่าว “แม็กซ์ แม็คกรัธ ไม่ได้ใส่ยีนส์ตัวละ 500 เหรียญ เขาใส่ยีนส์ที่เด็กวัยนั้นสามารถซื้อได้ เขาใส่เสื้อยืดจากร้าน เออร์บัน เอาฟิตเตอร์ส ที่มีลายพิเศษที่เราสั่งทำ ฉันคิดว่านั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรื่องนี้วิเศษ คือมันดูจริง”
    
รวมตัวสองนักแสดงหน้าใหม่ มาระเบิดพลังจักรวาล

MAX ใครจะมารับบทเด็กวัยรุ่นธรรมดา ที่จู่ๆ ก็กลายมาเป็นซุปเปอร์ฮีโร่? คนต้องร่วมมือกับคู่หูตัวประหลาดต่างดาวเพื่อเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังตัวเอง? คนที่ต้องต้องรับมือกับพลังลึกรับเพื่อหาความจริงเกี่ยวกับพ่อเขา?  นี่คือคำถามที่ยากที่สุดทีทีมคัดเลือกนักแสดง แม็กซ์ สตีล ต้องหาคำตอบ

หนุ่มน้อยจากแอตแลนต้า ที่ถ่ายการออดิชั่นของเขาในห้องใต้ดินของบ้าน มอบคำตอบที่สมบูรณ์แบบให้พวกเขา เบน วินเชลล์ นักแสดงหนุ่มที่เป็นที่รู้จักจาก Finding Carter ทางเอ็มทีวี และ หนังทางทีวี Pregnancy Pact เช่นเดียวกับการเล่นเป็น ดิ๊กสัน ในซีซันที่สามของ A.N.T. Farm และ เอริค ในซีซันที่สองของ Necessary Roughness เขากลายมาเป็น แม็กซ์ สตีล คนใหม่

“เราตามหาทั่วประเทศ” โอดาวด์กล่าว “และเมื่อเราได้เทปจากเด็กแอตแลนต้าคนนี้ เราทุกคนเห็นพ้องกันว่าเขามีของ เราติดต่อเขาผ่านสไกป์ หลังจากที่คุยกันเสร็จ เราตัดสินใจว่าเราต้องให้เขาบินมา แอล.เอ. เพื่อออดิชั่นกันตัวต่อตัว ซึ่งเขาทำได้เยี่ยมไปเลย

“ผมคิดว่าผมวืดแน่นอน” วินเชลล์หัวเราะ “ตอนเราสไกป์สัญญานขาดๆ หายๆ ทุกครั้งที่ผมเล่นอะไรพวกเขาจะบอกว่า ’เราฟังประโยคหลังที่คุณพูดไม่ทัน’ พวกเขาพยายามบอกว่าต้องการอะไร แต่ผมฟังพวกเขาพูดไม่รู้เรื่องเลย เมื่อมันเสร็จ ผมปิดคอม และคิดว่าไม่มีทางที่ผมจะได้บทนี้ แต่แล้วพวกเขาก็โทรมาสองสามวันให้หลัง พวกเขาบอกว่าให้ผมบินไปร่วมอ่านบทพร้อมกัน”

“เราตั้งใจที่จะเลือกนักแสดงโนเนมมารับบท แม็กซ์” พิสเตอร์อธิบาย “เราต้องการให้คนดูเห็น แม็กซ์ ไม่ใช่คิดไปว่า ‘โอ้ ฉันปลื้มเขามาตั้งแต่เล่นเรื่องอื่นแล้ว’ เราหานักแสดงในวงกว้างมาก เบน ถ่ายตัวเองในห้องใต้ดินและส่งเทปมาให้เราแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจแน่วแน่ ซึ่งมันใช่สำหรับบทนี้เลย

โอดาวด์ ตั้งข้อสังเกต “สิ่งที่เบน มอบให้แม็กซ์มันต่างจากคนอื่น เขามอบจิตวิญญาณให้แม็กซ์ สาวๆ จะตกหลุมรักเขาเพราะเขาอ่อนโยนและเข้าอกเข้าใจ เขาเป็นเด็กดีและมันจะแสดงให้เห็นเมื่อแม็กซ์ต้องฝ่าฟันอุปสรรค และไม่รู้ว่าจะรับมือกับชีวิตเขาอย่างไร คุณจะรู้สึกได้และเอาใจช่วยเขา”

“ผมนึกไม่ออกเลยว่าเคยเอาใครมาทรมาน ถ่ายกันอยากมาราธอนแบบนี้” เฮนด์เลอร์กล่าว “เบนแทบจะอยู่ในทุกช็อตของหนังเรื่องนี้ จากนาทีแรกสู่ชั่วโมงที่ 14 เมื่อจบวัน ไอหนุ่มนี่ทำงานจนลิ้นห้อย เขาเก่งมาก อดทน จริงใจ เราคงไม่โชคดีไปมากกว่านี้อีกแล้ว”

“เราไม่รู้เลยว่าเขาขี้เล่นขนาดนี้ จนเราเริ่มถ่ายทำ ซึ่งมันเป็นเรื่องดีเพราะหนังเรื่องนี้มีมุขตลกอยู่ไม่น้อย”

พิสเตอร์กล่าว “เบนทำให้เรื่องสดใส แต่เขายังมีความซับซ้อนของอารมณ์ ที่หาไม่ค่อยได้ในนักแสดงอายุเท่าเขา เขาคือแม็กซ์ของเรา เขาสร้างแม็กซ์ในรูปแบบเฉพาะตัวซึ่งแน่ในได้เลยว่า คนดูจะเอาใจช่วยเมื่อเรื่องเริ่มดำเนินไปแน่นอน”

“คุณเชื่อไหม ไม่มีใครรู้หรอกว่าแม็กซ์ สตีล ควรหน้าตาเป็นไง” โอดาวด์กล่าว “ถ้าถามผมตอนนี้ ผมจะตอบว่าเขาหน้าเหมือน เบน วินเชลล์นี่แหละ”

“ผมรับบทเรื่องนี้” วินเชลล์ เสริม “มันเป็นหนังอบอุ่นหัวใจและอารมณ์ขัน ผสมกับแอ็คชั่นน่าตื่นตาและเทคนิคพิเศษ และผมเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ มันเป็นฝันของเด็กทุกคนเลยล่ะ”

STEEL ตัวละครสตีล ถูกทำให้มีชีวิตในขั้นหลังการถ่ายทำ ด้วยฝีมือของทีมยอดฝีมือด้านวิชวลเอ็ฟเฟ็ค นำโดย คริส เวลส์ ที่ฝากชื่อไว้ใน Avatar, Looper และ  X-Men: The Last Stand

“มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำเอเลี่ยนตัวเหมือนปูแบบนี้ ยิ่งเป็นตัวละครที่ฮาตลอดเวลาด้วยแล้ว มันเป็นงานหินเลยล่ะ” พิสเตอร์กล่าว “อย่างไรก็ตามการที่ได้สร้างเจ้าตัวจิ๋วนี่มันเจ๋งไปเลย”

ศิษย์เก่าฮาร์วาร์ดและนักแสดงตลกที่มาแรงอย่าง จอช เบรนเนอร์ พากย์เสียงเป็น สตีล เอเลี่ยนจากต่างดาว “บท สตีล ต้องการนักแสดงที่สามารถถ่ายทอดความกระตือรือล้น ความตลก ความหลักแหลมขั้นสุด ออกมาในภาพของเอเลี่ยนตัวกระจ้อยได้” โอดาวด์กล่าว

“จอช เบรนเนอร์ เป็นดาวรุ่งที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นนักแสดงทักษะสูง ด้วยจังหวะคอมเมดี้ที่แม่นยำและชาญฉลาด “สตีลเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลัง” วินเชลล์กล่าว “มันเป็นเรื่องสนุกที่เห็นทั้งแม็กซ์ และ สตีล รวมพลังกัน แต่ยังเจ๋งที่ได้เห็นทั้งสองสร้างความผูกพันธ์ในฐานะเพื่อนด้วย”

“แม็กซ์ต้องการเจ้าตัวประหลาดนี้ เพื่อป้องกันเขาจากพลังของเขาเอง สตีลน้องการพลังของแม็กซ์เพื่อความอยู่รอด” เฮนด์เลอร์อธิบาย “ผมคิดว่านี่เป็นการตีความหนังซุปเปอร์ฮีโร่ใหม่ที่แหวกแนว ซึ่งไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน”

แม็กซ์มีพลังไร้ขีดจำกัดเมื่อร่วมมือกับสตีล ต่างกับฮีโร่ตัวอื่นที่แต่ละตัวจะมีแค่พลังเดียว ทักษะเดียว แต่สำหรับแม็กซ์ ไม่ได้มาจากแหล่งอื่น ไม่ได้ถูกสัตว์ติดเชื้อกัด ไม่ได้ใช้อุปกรณ์ช่วย มันออกมาจากในตัวเขา ซึ่งเขาจะเปลี่ยนมันให้เป็นพลังแบบไหนก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะควบคุมพลังงานจักรวาลในตัวเขาอย่างไร

อีกจุดหนึ่งคือ ทั้งแม็กซ์และสตีลต้องพึ่งกันและกัน ถ้าแม็กซ์ไม่มีสตีล เขาไม่มีทางเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ เขาแค่เป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มีพลังมหาศาลไหลวนอยู่ในตัว ถ้าไม่มีสตีลไม่เข้ามาดูดซับพลังนั้นและควบคุมมัน แม็กซ์จะเบิดจะเละ ซึ่งคงไม่น่าดู ต่างฝ่ายต่างต้องการกันและกันไม่มีใครเป็นลูกน้องหรือผู้ช่วยแบบซุปเปอร์ฮีโร่คนอื่น

เตรียมสปาร์คพลังจักรวาล เปลี่ยนร่างปกป้องโลก  ถึงเวลารวมร่าง ผนึกกำลัง  เตรียมออกไปมันส์แบบสุดพลังกับภาพยนตร์แอคชั่นยอดมนุษย์เรื่องใหม่ล่าสุดแห่งปีจากทีมงานยอดฝีมือระดับแถวหน้าของวงการฮอลลิวู้ด ! MAX STEEL คนเหล็กคนใหม่ 13 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ติดตามข่าวจาก Online Station ได้ที่

 

เพิ่มเพื่อน